เฟร์มิน อัลเดเกร์ ใจสู้! ปัดผ่าตัดกระดูกสันหลัง ขอเร่งฟิตคัมแบ็กทิ้งทวน ก่อนย้ายซบทีม VR46
ในโลกของมอเตอร์สปอร์ต ความเร็วอาจเป็นกุญแจสู่ชัยชนะ แต่ “ความใจสู้” คือสิ่งที่ทำให้นักแข่งกลายเป็นตำนาน สำหรับ เฟร์มิน อัลเดเกร์ (Fermín Aldeguer) ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวสเปนวัย 21 ปี แม้ตอนนี้ร่างกายของเขาจะต้องหยุดพักจากอาการบาดเจ็บ แต่ไฟในตัวของเขายังคงลุกโชน
ปัจจุบัน อัลเดเกร์ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากจากอาการกระดูกสันหลังส่วน T7 หัก ทว่าข่าวดีสำหรับแฟนๆ คือ ในเบื้องต้นเขาจะไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษา โดยเจ้าตัวยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเป้าหมายตอนนี้คือการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่บนเบาะ Ducati อีกครั้ง
“ผมอยากจะจบปีนี้ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม และได้ทดสอบรถแข่งสำหรับฤดูกาลหน้า” นักบิดหนุ่มจากเมืองมูร์เซียกล่าวเปิดใจในงานอีเวนต์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
แม้ใจจะอยากกลับไปบิดแทบขาด แต่เมื่อมองถึงความเป็นจริง อัลเดเกร์ ยอมรับว่าการโฟกัสกับปัจจุบันคือสิ่งสำคัญที่สุด “ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพครับ ผมต้องฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์ที่สุดก่อนกลับไปแข่งขัน” โดยเขายอมรับว่าการจะคัมแบ็กให้ทันศึกที่สนาม ซิลเวอร์สโตน (Silverstone) หลังช่วงพักเบรกฤดูร้อนในอีกราวๆ หนึ่งเดือนข้างหน้านั้น อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ “กระชั้นชิดไปสักนิด”
ฤดูกาลนี้เปรียบเสมือนรถไฟเหาะสำหรับ อัลเดเกร์ เขารั้งอันดับ 11 บนตารางแชมเปียนชิพของรุ่นพรีเมียร์คลาสด้วยผลงาน 76 คะแนน ก่อนที่จะโชคร้ายประสบอุบัติเหตุล้มในรายการ ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าตอนนั้นเขากำลังอยู่ใน “ช่วงเวลาที่ดีที่สุดและกำลังพัฒนาเข้าใกล้กลุ่มผู้นำ”
แต่สายตาของนักสู้ไม่ได้จดจ่ออยู่แค่ความพ่ายแพ้ในเมื่อวาน อัลเดเกร์ ยังคงมีพันธะสัญญากับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Ducati และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เขาเตรียมที่จะเก็บกระเป๋าย้ายไปร่วมทีมแข่งระดับตำนานอย่าง VR46 ของ วาเลนติโน่ รอสซี่
“ผมอยากจบปีนี้ให้ดี ได้ลองรถใหม่ของปีหน้า และต้องรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมที่สุดเพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด” เขากล่าวเสริม “ทางค่ายเป็นคนตัดสินใจเรื่องทีม แต่ผมจะยังคงได้ขี่รถสเปกโรงงานในรายการชิงแชมป์โลกต่อไป ในแง่นี้ผมรู้สึกสบายใจและมั่นใจมากครับว่า Ducati จะยังคงเป็นรถที่ทรงประสิทธิภาพและแข่งขันได้ในระดับสูงเสมอ”
ท้ายที่สุด เมื่อมองข้ามช็อตไปถึงอนาคต อัลเดเกร์อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในวงการ “ผมตั้งตารอให้ถึงปี 2027 เลยล่ะครับ มันจะเป็นปีที่มีความเคลื่อนไหวเยอะมาก ทั้งการเปลี่ยนกฎกติกา เครื่องยนต์ใหม่ๆ และนักแข่งหลายคนที่น่าจะย้ายค่าย ทุกอย่างมันดูเปิดกว้างไปหมดเลย”
สำหรับนักแข่งบางคน อาการบาดเจ็บอาจเป็นอุปสรรคที่ขวางกั้นความสำเร็จ แต่สำหรับ เฟร์มิน อัลเดเกร์ มันอาจเป็นเพียงแค่ “ช่วงพิตสต็อป” สั้นๆ เพื่อให้เขาเติมน้ำมันแห่งความมุ่งมั่น แล้วกลับมาวิ่งไล่ตามความฝันบนเส้นทางสายความเร็วต่อไป
