วิกฤตแชมป์โลก! ‘บันยาญ่า’ ร่างกายรวน ชี้ต้องลอกการบ้าน ‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ กู้ฟอร์มดูคาติ
กัดฟันสู้ความเจ็บปวด: ‘บันยาญ่า’ ยก ‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ เป็นเข็มทิศกู้วิกฤตที่ซิลเวอร์สโตน
สนามซิลเวอร์สโตนเคยเป็นดินแดนที่คุ้นเคยและเป็นมิตรกับ ฟรานเชสโก้ ‘เป็กโก้’ บันยาญ่า ทว่าในศึก บริติช กรังด์ปรีซ์ ปีนี้ ทุกอย่างกลับตาลปัตร วันศุกร์แรกของการฝึกซ้อมจบลงด้วยความน่าผิดหวัง เมื่อเขาเป็นขุนพล Ducati ที่ควบรถสเปก GP26 เพียงคนเดียว ที่ไม่สามารถคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ Q2 ได้โดยตรง
แชมป์โลก 3 สมัย ปิดจ็อบวันแรกด้วยอันดับที่ 13 ตามหลัง มาร์โก เบซเซคคิ ที่ทุบสถิติสนามกระจุยกระจายอยู่ถึงกว่า 1 วินาทีเต็ม โชคร้ายซ้ำซ้อนเมื่อเป็กโก้พลาดล้มพับไปที่โค้ง 6 ในช่วงท้ายเซสชัน ซึ่งเป็นรอบที่เขากำลังกดเวลาได้ดีที่สุด แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าอุบัติเหตุ คือปัญหาความรู้สึกในการขับขี่ที่จูนไม่เข้ากับตัวรถ
“ผมมีปัญหาหนักมากในจังหวะเบรก และตอนที่เปิดคันเร่ง มันเป็นข้อจำกัดที่ตามหลอกหลอนเรามาตลอดทั้งฤดูกาล และเราต้องเร่งแก้ไขมัน” บันยาญ่า เปิดใจอย่างตรงไปตรงมา
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดหนัง
สิ่งที่หลายคนอาจลืมไปคือ เป็กโก้เพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่ถึงสองจุดในช่วงพักเบรกซัมเมอร์ ทั้งอาการอาร์มปั๊ม (Compartment syndrome) และพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ (Carpal tunnel) ซึ่งแม้จะเป็นการผ่าตัดที่พบได้บ่อยในหมู่นักแข่ง แต่ร่างกายของเขากลับฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดไว้
“พูดตามตรง ผมคาดหวังว่าสภาพร่างกายตัวเองจะดีกว่านี้ ผมไม่คิดเลยว่ามันจะยากลำบากขนาดนี้ ผ่านมา 3 สัปดาห์แล้ว แต่มือผมยังบวมและไม่มีแรงเลย… ผมมีแรงบีบที่มือนะ แต่ไม่มีแรงพอที่จะกดถ่ายน้ำหนักลงบนแฮนด์รถ มันเลยทำให้การขี่เต็มไปด้วยความยากลำบาก” ทว่าหัวใจของแชมป์โลกก็ยังเด็ดเดี่ยว “แต่ผมไม่อยากใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างหรอกครับ ต่อให้เจ็บมือ ถ้าผมขี่ได้ดีกว่านี้ ผมก็คงติดท็อป 10 ไปแล้ว พรุ่งนี้ผมคงต้องใช้ยาแก้ปวดที่แรงขึ้นกว่าเดิม”
‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ คือความสมบูรณ์แบบที่ต้องเรียนรู้
ท่ามกลางปัญหาทางเทคนิคและร่างกาย เป็กโก้มองเห็นทางสว่างเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการศึกษาข้อมูลจากเพื่อนร่วมค่ายอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างดุดันและกลายเป็นเบอร์หนึ่งของค่ายแดงในแง่ของความเร็ว
“มีนักแข่งคนหนึ่งที่สร้างความแตกต่างได้อย่างสิ้นเชิง… นั่นคือ อเล็กซ์ มาร์เกซ เขาทำได้เหนือชั้นมากในทุกๆ จังหวะเบรกและการเดินคันเร่งผ่านโค้ง เราพยายามจะทำความเข้าใจว่าเขาทำมันได้อย่างไร” เป็กโก้ กล่าวยกย่องรุ่นน้องร่วมค่าย
“อเล็กซ์ก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้ตั้งแต่ที่เฆเรซ เขากลายเป็น ‘จุดอ้างอิง’ (Reference) สูงสุดของ Ducati ในเรื่องของความเร็ว เขาสามารถรีดเค้นศักยภาพของรถออกมาได้ และมีจังหวะความรู้สึกที่ถูกต้องเป๊ะ เราพยายามจะก๊อปปี้และทำความเข้าใจวิธีของเขา แต่มันไม่ง่ายเลย แม้รถจะสเปกเดียวกันก็ตาม”
เป้าหมายคือการเอาตัวรอด
นอกจากจะต้องหาทางปรับตัวให้เข้ากับข้อมูลของอเล็กซ์แล้ว เป็กโก้ยังยอมรับว่าความเร็วของทัพ Aprilia ในสนามนี้น่ากลัวอย่างยิ่ง การที่เบซเซคคิกดเวลาลงไปถึง 1:56.2 นาที คือความมหัศจรรย์ที่คู่แข่งต้องหวั่นเกรง
เป้าหมายของบันยาญ่าในวันเสาร์นี้ คือการกัดฟันสู้ความเจ็บปวด ค้นหาวิธีชะลอความเร็วรถให้สั่งได้ดั่งใจ และควานหาแรงยึดเกาะที่หายไป เพื่อทะลุด่าน Q1 เข้าไปต่อกรในรอบ Q2 ให้จงได้ มันคือสุดสัปดาห์แห่งการ “จำกัดความเสียหาย” ที่แชมป์โลกคนนี้ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกอย่างแท้จริง
