7msport

ใจสู้ทะลุขีดจำกัด! เปิดคลิป “อัลเดเกร์” เดินขากะเผลก แต่ฝืนเจ็บกดเวลาเกาะท็อป 6 ศึก MotoGP บราซิล

ร่างกายแหลกสลาย แต่หัวใจไม่ยอมแพ้! วินาที “อัลเดเกร์” ฝืนเจ็บลากสังขารคว้าท็อป 6 ศึกบราซิล

เสน่ห์ที่แท้จริงของโลกกีฬา ไม่ใช่แค่การได้เห็นผู้ชนะชูถ้วยรางวัล แต่อยู่ที่การได้เฝ้ามองมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ก้าวข้ามขีดจำกัดและความเจ็บปวดของตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่รัก… และเรื่องราวของ “เฟร์มิน อัลเดเกร์” (Fermín Aldeguer) ในสุดสัปดาห์นี้ คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดของคำว่า “สปิริตนักสู้”

ภาพแห่งความจริงในพิทเลน

ในกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับพรีเมียร์คลาสที่รถแข่งมีพละกำลังมหาศาล สภาพร่างกายที่สมบูรณ์ 100% คือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน แต่สำหรับดาวรุ่งหมายเลข 54 จากทีม BK8 Gresini Racing เขาต้องลงสนามพร้อมกับรอยร้าวที่กระดูกต้นขาซ้าย ซึ่งเพิ่งผ่านการผ่าตัดมาได้เพียง 2 เดือนเศษ

คลิปวิดีโอล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ออกมา ได้ตอกย้ำให้แฟนๆ เห็นถึงความจริงที่โหดร้าย ทันทีที่เขานำรถกลับเข้ามาจอดหน้าพิท ทีมงานช่างเครื่องต้องรีบเข้ามาช่วยประคองรถเอาไว้ วินาทีที่อัลเดเกร์วาดขาลงจากเบาะ เขาไม่สามารถทิ้งน้ำหนักลงบนขาซ้ายได้อย่างเต็มที่ ทุกย่างก้าวที่เขาเดินเข้าไปในโรงรถ เป็นลักษณะของการเดินขากะเผลกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดหนังรัดรูปนั้น

เมื่อชิลด์หมวกกันน็อกปิดลง

แต่ความมหัศจรรย์ของมนุษย์มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราถูกต้อนให้จนมุม… แม้ภาพตอนเดินจะดูน่าเป็นห่วงจนแทบอยากจะให้เขาพักผ่อน แต่ทันทีที่อัลเดเกร์ขึ้นคร่อมรถแข่ง Ducati สีฟ้าเทอร์ควอยซ์และดึงชิลด์หมวกกันน็อกลง อาการบาดเจ็บเหล่านั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งความเร็วของเขาได้

หน้าจอจับเวลา (Timing monitor) แสดงผลลัพธ์ที่ทำให้ทุกคนในแพดด็อกต้องทึ่ง เมื่อชายที่เดินขากะเผลกคนนี้ สามารถทำเวลาต่อรอบเกาะอยู่ในกลุ่มผู้นำ ทะยานรั้ง “อันดับท็อป 6” ของตารางได้อย่างดุดัน!

อะดรีนาลีนที่ระงับความเจ็บปวด

ผลงานอันน่าเหลือเชื่อนี้ ทำให้เราหวนนึกถึงบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของเขาที่กล่าวว่า “ตอนที่ผมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ ผมรู้สึกดีกว่าตอนที่ตัวเองต้องเดินเสียอีก” มันไม่ใช่คำพูดโอ้อวด แต่มันคือปฏิกิริยาของร่างกายเมื่อแพสชันและอะดรีนาลีนถูกสูบฉีดถึงขีดสุด ความกระหายที่จะแข่งขันได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นยาระงับปวดชั้นดี ทำให้เขาสามารถลืมความทรมานและโฟกัสเพียงแค่เอเป็กซ์ของโค้งตรงหน้าเท่านั้น

การแข่งขันยังไม่จบ และเรายังไม่รู้ว่าสภาพร่างกายของเขาจะทนทานกับเรซอันยาวนานได้มากแค่ไหน แต่สิ่งที่ “เฟร์มิน อัลเดเกร์” ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วในวันนี้ คือหัวใจของเขาได้ก้าวขึ้นไปยืนบนโพเดียมของผู้ชนะเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ