กระดาษเปล่ากลางสายฝน! “อเล็กซ์ มาร์เกซ” ฝ่าความโกลาหลทะลุ Q2 ชี้แทร็กบราซิลคือการวัดใจด้วยสัญชาตญาณ
ในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจ ชัยชนะอาจไม่ได้หมายถึงการทำเวลาให้เร็วที่สุด แต่หมายถึงการ “ไม่ทำพลาด” ในจังหวะที่สำคัญที่สุด… อเล็กซ์ มาร์เกซ (Álex Márquez) ยอดนักบิดจากทีม Gresini Racing แสดงให้เห็นถึงความเก๋าเกมในการรับมือกับความกดดัน หลังเผชิญกับวันศุกร์ที่เต็มไปด้วยพายุฝน ความไม่แน่นอน และการไร้ซึ่งข้อมูลอ้างอิงใดๆ บนแทร็กโกยาเนีย (Goiânia) ประเทศบราซิล
เขารู้ดีว่าเป้าหมายเดียวของวันนี้ไม่ใช่การส่องประกายแสง แต่คือการตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ Q2 ให้ได้โดยสวัสดิภาพ และเขาก็ทำมันสำเร็จอย่างหมดจด
วันศุกร์ที่คอมพิวเตอร์ก็อ่านเกมไม่ออก
บทภาพยนตร์ของวันศุกร์ถูกเขียนมาให้เต็มไปด้วยความวุ่นวายตั้งแต่เริ่ม เซสชัน FP1 ต้องถูกดีเลย์ออกไปเพราะสายฝนที่เทกระหน่ำ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และในรอบ Practice นักแข่งมีเวลา “แทร็กแห้ง” ที่ใช้งานได้จริงเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ก่อนที่สายฝนจะโปรยปรายลงมาอีกครั้ง
แต่ในกรอบเวลาอันแสนจำกัดนั้น อเล็กซ์ไม่ได้ลนลาน เขากดเวลามาได้ที่ 1:21.795 จบในอันดับที่ 6 ตามหลังผู้นำเพียงครึ่งวินาที ซึ่งเพียงพอที่จะการันตีพื้นที่ในรอบ Q2 ได้อย่างสวยงาม
“ไม่มีข้อสรุปใดๆ… ใครบอกว่ารู้ คนนั้นโกหก”
แม้จะทำผลงานได้ตามเป้า แต่อเล็กซ์ก็ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ข้อมูลที่ได้จากวันศุกร์นี้ แทบจะนำไปต่อยอดอะไรไม่ได้เลย
“ไม่มีข้อสรุปใดๆ ทั้งสิ้นครับ นั่นคือบทสรุปของวันนี้” อเล็กซ์กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ใครก็ตามที่บอกว่ารู้ชัดเจนว่าต้องทำอะไร หรือต้องเซ็ตอัพรถแบบไหนในวันพรุ่งนี้… คนนั้นกำลังโกหก”
ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่สายฝนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่สภาพของพื้นผิวแทร็ก อเล็กซ์อธิบายว่าสนามโกยาเนียเป็นสนามที่สวยงามและมีศักยภาพ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมตอนนี้ มันทำให้พวกเขาไม่สามารถสนุกกับการขับขี่ได้เลย “ในทุกๆ โค้งจะมีรอยคราบน้ำ (Damp patches) ซ่อนอยู่ มันไม่ใช่เรื่องปกติเลย เราไม่ได้หลับตาขี่หรอกนะ… แต่ก็เกือบๆ จะเป็นแบบนั้นแหละ” ### ศรัทธาในสัญชาตญาณ และคำชมถึง “อัลเดเกร์” ท่ามกลางความโกลาหล อีกหนึ่งแสงสว่างของทีม Gresini คือ “เฟร์มิน อัลเดเกร์” ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็สามารถทะลุเข้า Q2 ได้เช่นกัน ซึ่งอเล็กซ์ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
“ผมไม่เคยสงสัยเลยว่าเขาจะมาอยู่ตรงนี้ได้” อเล็กซ์เอ่ยชมเพื่อนร่วมทีม “เขาเป็นคนที่ขับขี่ด้วยสัญชาตญาณ เขามีพรสวรรค์ในการทำความเร็วได้ตั้งแต่เริ่ม มันคือความไร้เดียงสาของการไม่คิดอะไรให้ซับซ้อนจนเกินไป ซึ่งนั่นแหละที่ช่วยได้มากในแทร็กใหม่ๆ”
สำหรับวันเสาร์ที่จะถึงนี้ อเล็กซ์มองว่ามันจะเป็นการต่อสู้ที่ไร้รูปแบบ ทุกกลยุทธ์ถูกเปิดกว้าง ไร้ข้อมูลที่ชัดเจน และการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ “พรุ่งนี้มันจะเป็นเรื่องของสัญชาตญาณล้วนๆ ครับ มันจะเหมือนกับการทอยเหรียญเสี่ยงทายเลยทีเดียว”
อเล็กซ์ มาร์เกซ อาจไม่ได้เป็นคนที่ทำเวลาเร็วที่สุดในวันศุกร์ แต่ในวันที่นักแข่งหลายคนก้าวพลาดจนต้องหล่นไปเหนื่อยในรอบ Q1 เขาคือคนที่ทำภารกิจ “เอาตัวรอด” ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด มารอจับตาดูกันว่า “สัญชาตญาณ” ของเขาในวันเสาร์ จะเฉียบคมพอที่จะพุ่งทะยานสู่แถวหน้าได้หรือไม่