“ราชันย์ยังไม่สิ้นลาย!” มิเคเล่ ปีร์โร่ สยบข่าวลือ Ducati หมดยุค ชี้ปัญหาที่บุรีรัมย์คือบททดสอบ ไม่ใช่จุดจบ
ศึกกรังด์ปรีซ์ที่บุรีรัมย์ได้มอบภาพการแข่งขันที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เมื่อทีมที่เคยยิ่งใหญ่อย่าง Ducati Corse กลับต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก… ในขณะที่ค่ายคู่แข่งอย่าง Aprilia Racing กลับเปล่งประกายอยู่บนจุดสูงสุด ภาพเหล่านี้นับเป็นสถานการณ์ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากมองย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ท่ามกลางพายุแห่งความสงสัย “มิเคเล่ ปีร์โร่” ชายผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนารถแข่งของทีม ได้ออกมาส่งข้อความที่ชัดเจนถึงทุกคนในแพดด็อก
ความโชคร้ายของ “มาร์ค” และความกังวลของ “เป็กโก้”
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สองนักแข่งตัวความหวังอย่าง มาร์ค มาร์เกซ และ ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า ไม่สามารถเปลี่ยนศักยภาพที่มีให้กลายเป็นผลการแข่งขันที่แข็งแกร่งได้
สำหรับ มาร์ค มาร์เกซ การแข่งขันเริ่มต้นด้วยสัญญาณที่ดีเยี่ยม เขาแสดงให้เห็นถึงจังหวะความเร็วที่น่าประทับใจมากในรอบสปรินต์เรซวันเสาร์ แต่ทุกอย่างกลับพลิกผันในวันอาทิตย์ด้วยปัญหาเรื่องยาง ซึ่งทำให้เขาต้องออกจากการแข่งขันขณะที่กำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงโพเดียม
“หากไม่มีปัญหาเรื่องยาง เขาอาจจะได้ขึ้นโพเดียม อาจจะเป็นอันดับสองหรืออันดับสาม แต่โพเดียมนั้นอยู่ในมือเขาแน่ๆ” ปีร์โร่วิเคราะห์อย่างมีสติ “นี่แหละคือความโชคร้ายอย่างแท้จริง ตอนนี้เราทำได้แค่รอการแข่งขันในสนามถัดไป”
ทว่าในรายของแชมป์โลกอย่าง บัญญาญ่า สถานการณ์กลับน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า เขาไม่สามารถค้นหาจังหวะที่ลงตัวได้เลยตลอดทั้งสุดสัปดาห์ จนต้องตกรอบตั้งแต่ Q2 และทำได้เพียงมองดูการต่อสู้แย่งชิงโพเดียมจากระยะไกล ปีร์โร่ระบุว่าปัญหานี้เป็นเรื่องของ “ความรู้สึก” ในการขับขี่ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในปีที่ผ่านมาโดยไม่มีคำอธิบายที่แน่ชัด และทีมงานจะใช้การทดสอบที่เฆเรซ (Jerez) เพื่อทำความเข้าใจปัญหานี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ดูเหมือนว่าลักษณะเฉพาะของแทร็กบุรีรัมย์ โดยเฉพาะเรื่องยาง จะส่งผลกระทบต่อสมดุลของตัวรถ Desmosedici อย่างจัง
“เรายังไม่จบ!” การตอกกลับถึงเสียงวิจารณ์
ความแตกต่างระหว่างปี 2025 (ที่ Ducati เหมาโพเดียม) กับปี 2026 (ที่ Aprilia เป็นผู้คุมเกม) นั้นชัดเจนมาก แต่ปีร์โร่ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะเรียกสถานการณ์นี้ว่า “วิกฤต”
“การต้องมาทนฟังคนพูดว่า Ducati ‘จบสิ้นแล้ว’ หรือ ‘ถูกตัดสินประหาร’ เป็นสิ่งที่เราไม่ชอบใจเลยจริงๆ” ปีร์โร่กล่าวอย่างหนักแน่น “แน่นอนว่าการชิงแชมป์โลกปีนี้จะมีความซับซ้อน และเราอาจจะต้องสู้กันจนถึงเรซสุดท้าย แต่การมาบอกว่าฤดูกาลของเราจบลงแล้ว ถือเป็นการพูดที่เกินจริงไปมาก”
สัจธรรมของกีฬา และหน้าที่ของผู้ปิดทองหลังพระ
ด้วยประสบการณ์กว่า 26 ปีในแพดด็อก ปีร์โร่มองว่าความผันผวนนี้คือเรื่องปกติของวัฏจักรกีฬา มันเป็นเรื่องผิดธรรมชาติด้วยซ้ำหากจะมีการผูกขาดความยิ่งใหญ่ไปตลอดกาล เขายอมรับว่าเขาคงจะประหลาดใจมากกว่าหากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนไปเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ Ducati ต้องบริหารจัดการโครงการพัฒนาถึงสองโปรเจกต์พร้อมกัน ทั้งรถแข่งในปัจจุบันและรถพิกัด 850 ซีซี สำหรับกฎใหม่ในอนาคต
นอกจากนี้ เขายังได้ใช้โอกาสนี้ตอบโต้ข่าวลือเรื่องอนาคตของเขาในฐานะนักบิดทดสอบ โดยย้ำว่าตำแหน่งนี้ไม่ได้ต้องการระดับซูเปอร์สตาร์ แต่ต้องการนักบิดที่มีระบบระเบียบ มีสัมผัสที่ละเอียดอ่อน มีความสม่ำเสมอ และสร้างความเสียหายน้อยที่สุด เพื่อทำหน้าที่ค้นหาและทดสอบสิ่งใหม่ๆ
ท้ายที่สุด นักบิดวัย 40 ปีผู้นี้เลือกที่จะมองสถานการณ์ด้วยความเยือกเย็น “เราต้องใจเย็นและตื่นตัวอยู่เสมอ พวกเรายังมีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และมีสมาธิ มาร์คเองก็มีสติและเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นทำให้ผมเบาใจ”
นี่คือความจริงอันเรียบง่ายของโลกมอเตอร์สปอร์ต… อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้ล่มสลายลงในชั่วข้ามคืน แต่มันจะต้องถูกท้าทายอยู่เสมอ และ Ducati ก็พร้อมที่จะรับคำท้าทายนั้น!
