7msport

วิกฤตค่ายแดง! “อเล็กซ์” ยืดอกรับ Aprilia เหนือกว่า เผยฝันร้ายดิ้นรนเอาชีวิตรอดบน GP26

หนักเกินแบกรับ! “อเล็กซ์” ถอดรหัสวิกฤต GP26 ยอมรับสภาพ Ducati โดน Aprilia ลูบคม

ในโลกของการแข่งขันระดับสูง… การได้ครอบครองเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด ไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป หากคุณไม่สามารถหลอมรวมจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียวกับมันได้ ไม่ต่างอะไรกับสโมสรยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มเงินซื้อศูนย์หน้าระดับโลกมาร่วมทีม แต่กลับเล่นไม่เข้ากับระบบจนฟอร์มรูดมหาราช และนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ “อเล็กซ์ มาร์เกซ” (Álex Márquez) ยอดนักบิดดีกรีรองแชมป์โลก

“รางวัล” ที่กลายเป็น “โซ่ตรวน”

หลังผ่านพ้น 3 สนามแรกของฤดูกาล 2026 ตัวเลขบนหน้ากระดานคะแนนกำลังสะท้อนภาพความจริงที่โหดร้าย ย้อนกลับไปเมื่อปี 2025 ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ อเล็กซ์คือจ่าฝูงของโลกด้วยคะแนน 87 แต้มบนรถสเปกเก่า แต่ปีนี้… การได้รับ “รางวัล” เป็นขีปนาวุธสเปกโรงงานล่าสุดอย่าง Desmosedici GP26 กลับทำผลงานได้เพียง 28 แต้ม และร่วงลงไปอยู่อันดับ 8 ของตาราง

ไม่ใช่แค่อเล็กซ์คนเดียวที่กำลังดิ้นรน แม้แต่นักบิดระดับพระกาฬที่ควบ GP26 เหมือนกันอย่าง ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า, ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ หรือพี่ชายของเขาอย่าง มาร์ค มาร์เกซ ก็ยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาปกป้องบัลลังก์จากผู้ท้าชิงรายใหม่ได้

ซูฮก Aprilia: เมื่อบัลลังก์สั่นคลอน

อเล็กซ์เลือกที่จะไม่หลอกตัวเอง และมองสถานการณ์ของค่ายคู่แข่งอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ค่ายแบรนด์อิตาเลียนอย่าง Aprilia ได้ก้าวข้ามพวกเขาไปแล้วในเวลานี้

“(รถ Aprilia) ดูเป็นรถที่มีความเสถียรและมีแรงยึดเกาะมหาศาลเลยครับ” อเล็กซ์ให้สัมภาษณ์กับ Motorsport อย่างไม่อ้อมค้อม “พวกเขาเหนือกว่าเรา และสิ่งที่เราต้องทำคือต้องทำงานกันต่อไป”

ฝืนธรรมชาติ ขี่เพื่อ “เอาชีวิตรอด”

ความอึดอัดที่แท้จริงของอเล็กซ์ คือการที่ม้าพยศตัวนี้ไม่ยอมตอบสนองต่อสัญชาตญาณดิบของเขา จังหวะที่เคยลื่นไหลกลับกลายเป็นความติดขัด

“ผมยังขาดความเข้าใจรถไปอีกราวๆ 20% ผมยังอยู่ห่างไกลจากฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองมากครับ” อเล็กซ์อธิบายความรู้สึก “ผมยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับรถคันนี้เท่าไหร่ มันเป็นความจริงที่ว่า คาแรกเตอร์ของรถ Ducati คันนี้มันส่งผลกระทบต่อสไตล์การขับขี่ตามธรรมชาติของผมอย่างหนัก”

“ผมทำได้แค่พยายามเอาชีวิตรอด เพราะฟีลลิ่งตอนนี้มันยังไม่ดีเลย มันยากมากที่จะเข้าใจว่าเราสามารถดันลิมิตรถไปได้ถึงจุดไหน และจุดไหนที่เรายังมีกริปยางที่เอาอยู่ การหาลิมิตหรือควบคุมมันให้ได้ในปีนี้ เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับเรามากกว่าปีที่แล้วมากครับ”

รอคอยแสงสว่างที่เฆเรซ

แม้สถานการณ์จะดูมืดมน แต่ด้วยวุฒิภาวะของรองแชมป์โลก อเล็กซ์ยังคงนิ่งสงบและไม่ปล่อยให้ความขมขื่นมาทำลายสมาธิ เขามองว่าการที่ปฏิทินการแข่งขันมีช่องว่างให้พักเบรก ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะหล่อเลี้ยงทีมให้กลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง

“ผมไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดครับ ผมรู้สึกว่าเราเข้าใกล้จุดนั้นแล้ว แค่ขาดอะไรไปบางอย่าง การยกเลิกเรซที่กาตาร์จะเป็นผลดีกับเรา อย่างน้อยเราก็มีเวลาทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ หรือพยายามวิเคราะห์รายละเอียด เพื่อที่จะก้าวกระโดดให้ได้ในศึกที่เฆเรซครับ”

เมื่อนักรบรู้ตัวว่าอาวุธในมือยังมีข้อบกพร่อง การถอยกลับมาตั้งหลักเพื่อลับดาบให้คม คือวิถีของผู้ชนะ… มารอจับตาดูกันว่าการกลับมาลุยศึกยุโรปที่เฆเรซ (Jerez) จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยปลดแอก “อเล็กซ์ มาร์เกซ” ให้กลับมาเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าจอมถล่มโพเดียมได้อีกครั้งหรือไม่!