เสียงคำรามแรกแห่งเฆเรซ! สปิริต VR46 ยึดหัวหาด 1-2 ขณะที่ Ducati แผ่อิทธิพลครองท็อป 5 ในรอบ FP1
ในโลกของกีฬา… “การเริ่มต้นที่ดี” เปรียบเสมือนการติดกระดุมเม็ดแรกที่ถูกต้อง มันไม่เพียงแต่สร้างความได้เปรียบ แต่มันยังสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้กับทั้งนักกีฬาและทีมงาน และในรอบซ้อมอิสระแรก (FP1) ของศึก Estrella Galicia 0,0 Grand Prix of Spain ที่สังเวียนศักดิ์สิทธิ์อย่าง เฆเรซ (Jerez) ทีมที่เริ่มต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดคือทัพนักบิดจากทีม VR46 Racing Team
การสอดประสานที่ลงตัวของ “ดิจจิ” และ “มอร์บิเดลลี”
ผลการซ้อมรอบ FP1 กลายเป็นเวทีโชว์ของของทีม VR46 เมื่อสองนักบิดชาวอิตาเลียนสามารถทำผลงานได้อย่างไร้ที่ติ ไม่ต่างอะไรกับการเล่นฟุตบอลด้วยทีมเวิร์คที่รู้ใจ
-
ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ (#49): กดเวลามาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 1:36.954 โชว์ความนิ่งและความกล้าหาญในการเข้าโค้งได้อย่างเฉียบขาด
-
ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี (#21): ตามมาติดๆ ในอันดับที่ 2 ด้วยเวลา 1:37.242 (ตามหลัง 0.288 วินาที) พิสูจน์ให้เห็นว่าเขากำลังเรียกความมั่นใจกลับมาได้อย่างต่อเนื่อง
การคว้าอันดับ 1-2 ของทีม VR46 ในรอบนี้ คือการส่งสัญญาณเตือนคู่แข่งว่า พวกเขาพร้อมแล้วที่จะเป็นตัวสอดแทรกในการลุ้นโพเดียมสุดสัปดาห์นี้
อำนาจสีแดง: Ducati ยึด 4 พื้นที่ในท็อป 5
แม้ในภาพรวมของฤดูกาลนี้ แบรนด์อื่นๆ จะพยายามก้าวขึ้นมาท้าทาย แต่บนแทร็กเฆเรซ ขีปนาวุธสีแดงอย่าง Ducati ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าเกรงขาม โดยสามารถยึดพื้นที่ใน 5 อันดับแรกไปได้ถึง 4 คัน
นอกจากสองนักบิดจาก VR46 แล้ว ผู้ที่ทำผลงานได้โดดเด่นไม่แพ้กันคือสองพี่น้องสายเลือดแชมป์เปี้ยนจากทีม Gresini Racing:
-
อเล็กซ์ มาร์เกซ (#73): แชมป์เก่าที่สนามแห่งนี้เมื่อปีที่แล้ว ประเดิมรอบแรกด้วยความมั่นใจ รั้งอันดับ 3 (เวลา 1:37.332)
-
มาร์ค มาร์เกซ (#93): พี่ชายจอมเก๋า ค่อยๆ ปรับตัวและหาลิมิตของรถ ก่อนจะจบในอันดับ 5 (เวลา 1:37.496) รักษาระยะห่างให้อยู่ในกลุ่มผู้นำได้อย่างปลอดภัย
เบซเซคคี ผู้สอดแทรกบนหลังม้าพยศ Aprilia
ท่ามกลางดงของ Ducati ผู้ที่สามารถเจาะกำแพงสีแดงเข้ามาได้ในรอบนี้คือ มาร์โก เบซเซคคี (#72) ที่พาตัวแข่ง Aprilia ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 4 ด้วยเวลา 1:37.347 (ตามหลังผู้นำ 0.393 วินาที) สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Aprilia ยังคงเป็นรถที่มีความสมดุลสูง และพร้อมที่จะเป็นก้างชิ้นโตของ Ducati ในทุกวินาทีของการแข่งขัน
รอบ FP1 อาจเป็นเพียงการอุ่นเครื่องและปรับจูนเซ็ตอัป แต่สถิติที่ออกมาได้ปูพรมให้เห็นถึงแนวโน้มความเดือดที่จะเกิดขึ้น… รอดูว่าในรอบต่อๆ ไป เมื่อทุกคนเริ่มเค้นขีดจำกัดสูงสุดของตัวเอง ใครจะสามารถยืนหยัดเป็นจ้าวแห่งความเร็วที่เฆเรซได้อย่างแท้จริง!
