ยอมรับเพื่อก้าวต่อ! “อเล็กซ์” ซูฮกความเร็ว “มาร์ค” ชี้ Aprilia คือกำแพงที่ Ducati ต้องข้ามให้พ้น
ในโลกของการแข่งขันกีฬา การยอมรับความจริงไม่ใช่สัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้ แต่มันคือ “จุดเริ่มต้น” ของการกลับไปทำการบ้านเพื่อก้าวให้ไกลกว่าเดิม… เช่นเดียวกับเกมฟุตบอลที่บางครั้งทีมต้องยอมรับว่าคู่แข่งคุมแดนกลางได้ดีกว่า เพื่อหาแทคติกใหม่มาสู้ ในวงการมอเตอร์สปอร์ต “อเล็กซ์ มาร์เกซ” (Álex Márquez) ก็เลือกที่จะมองผลงานของตัวเองที่ออสตินด้วยสายตาที่ซื่อตรงและปราศจากข้อแก้ตัวใดๆ
หลังประคองตัวเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 7 (P7) นักบิดชาวสแปนิชจากทีม Gresini Racing ได้ออกมาวิเคราะห์ภาพรวมของการแข่งขัน ทั้งปัญหาของรถตัวเอง ความยอดเยี่ยมของคู่แข่ง และวินาทีที่น่าประทับใจเมื่อต้องดวลกับพี่ชายร่วมสายเลือด
P7 ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
ท่ามกลางความกดดันจากการออกสตาร์ทในแถวที่สาม อเล็กซ์รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรซที่เขาจะสามารถเปิดเกมบุกทะลวงคู่แข่งได้ง่ายๆ
“ผมไม่ได้แฮปปี้นะครับ เพราะมันคือ P7… แต่พูดกันตามตรง นี่คือสิ่งที่ผมคาดเอาไว้แล้ว” อเล็กซ์ประเมินผลงานตัวเอง “เรารู้ว่าเราจะอยู่ราวๆ อันดับ 6 ถึง 9 นั่นคือตำแหน่งของเรา สิ่งที่ทำได้คือพยายามเอาตัวรอดไปจนจบเรซ ไม่เสียเวลาไปกับการพยายามไล่แซงมากเกินไป เพราะการออกสตาร์ทจากแถวสามมันไม่เคยง่ายเลย”
เขายอมรับว่าแม้จังหวะความเร็ว (Pace) ของกลุ่มนักบิด Ducati จะเกาะกลุ่มกันได้ดี แต่พวกเขายังไม่สามารถรีดศักยภาพสูงสุดของรถออกมาได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเทียบกับมาตรฐานที่สูงลิบของคู่แข่ง
รอยยิ้มเมื่อโดน “พี่ชาย” สั่งสอน
หนึ่งในไฮไลต์ที่แย้มรอยยิ้มให้กับแฟนๆ คือจังหวะที่ “มาร์ค มาร์เกซ” พี่ชายของเขา พุ่งทะยานแซงขึ้นไป อเล็กซ์เล่าถึงโมเมนต์นี้ด้วยอารมณ์ขันและยอมรับในฝีมืออย่างหมดหัวใจ
“ตอนที่ทีมงานชูป้ายพิทบอร์ดว่า ‘+0 Marc’ ผมก็รออยู่แล้วล่ะครับว่าเขาจะต้องแซงผมตรงจุดนั้น ผมรู้จักเขาดีเกินไป!” อเล็กซ์หัวเราะ
แต่สิ่งที่ทำให้อเล็กซ์ตกตะลึง ไม่ใช่แค่การถูกแซง แต่คือ “ความเสถียร” ของรถ Ducati คู่ใจมาร์ค ที่ดูแตกต่างจากความดิ้นรนของเขาอย่างสิ้นเชิง
“พูดตามตรง พอเขาแซงไป ผมพยายามขี่จี้ท้ายเขาอยู่ประมาณ 2-3 โค้ง… แต่พอกลับมาตั้งสมาธิอีกที ผมก็คิดในใจว่า ‘อ้าว หายไปไหนแล้ว?’ ในวินาทีนั้น ผมคิดเลยว่าเขาคงจะทะลวงแซงทุกคนที่อยู่ข้างหน้าขึ้นไปเป็นผู้นำแน่ๆ” > “มันน่าทึ่งมากครับ รถของเขานิ่งมาก เลี้ยวได้คมกริบ และมีกริป (แรงยึดเกาะ) มหาศาล… แม้จะได้เห็นแค่ 3 โค้งสั้นๆ แต่มันเป็นภาพที่อิมแพ็คสุดๆ”
ชำแหละความโหด “Aprilia” และความดิ้นรนของ “Ducati”
เมื่อพูดถึงภาพรวมของการลุ้นแชมป์ อเล็กซ์ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าค่ายรถจาก Noale อย่าง Aprilia คือผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในเวลานี้
“Aprilia มีความเสถียรและมีกริปเยอะมากครับ ตัวรถดูมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เกาะถนนหนึบ… พวกเขาแค่ทำได้ดีกว่าเราในตอนนี้ และเราต้องทำงานกันต่อไป” > “สำหรับรถของเรา (Ducati) มันยังมีอาการส่ายและขยับเยอะมาก มันยากที่จะเข้าใจว่าจุดไหนที่เราสามารถดันลิมิตได้ และจุดไหนที่เราจะมีกริปที่ดี การค้นหาและควบคุมลิมิตของรถในตอนนี้ คือเรื่องที่ซับซ้อนมากสำหรับพวกเรา”
เปลี่ยนการยกเลิกเรซ ให้เป็นโอกาสทอง
แม้จะเจอปัญหาหนักหน่วง แต่อเล็กซ์ยืนยันว่าหัวใจของเขายังเต็มเปี่ยมไปด้วยไฟนักสู้ เขาไม่ได้รู้สึกท้อแท้ แต่กลับมองว่าข่าวการยกเลิกการแข่งขันที่ประเทศกาตาร์ คือช่วงเวลาสำคัญที่ทีมจะได้พักหายใจและจัดระเบียบข้อมูลใหม่
“ผมไม่ได้หงุดหงิดเลยครับ ตรงกันข้าม ผมอยากทำงานต่อ อยากให้ฟีดแบ็กกับทีม และมีแรงจูงใจมากกว่าที่เคย ผมรู้สึกว่าเราเข้าใกล้จุดนั้นแล้ว แค่ขาดอะไรไปบางอย่าง… การยกเลิกเรซที่กาตาร์จะเป็นผลดีให้เรามีเวลาทำความเข้าใจ วิเคราะห์ข้อมูลที่เรามี และก้าวกระโดดไปข้างหน้าให้ได้ครับ”
อเล็กซ์ มาร์เกซ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การวิเคราะห์ความพ่ายแพ้ด้วยสติและปราศจากอคติ คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด… มารอจับตาดูกันว่า ทัพนักสู้จาก Gresini จะสามารถแก้ไขจุดอ่อน และกลับมาทวงคืนพื้นที่หัวแถวในเรซต่อไปได้ดุดันแค่ไหน!
