ใครได้ไปต่อ? จ่อไมค์ถามนักบิดเทสต์เครื่อง 850cc “เปคโก้” เมิน “อัลเดเกร์” ลุ้นเสียบ ขณะ “รินส์” ตัดพ้อเจ็บจี๊ด

สัจธรรมแห่งการเปลี่ยนผ่าน! หลากอารมณ์นักบิด เผยความในใจก่อนคิวเทสต์เครื่อง 850cc ที่เบอร์โน่

การก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่… ย่อมมีทั้งผู้ที่ถูกเลือกให้เป็น “ผู้บุกเบิก” และผู้ที่ต้องยอมรับสถานะ “ผู้เฝ้ามอง” ในวันจันทร์หลังจบศึก เช็ก กรังด์ปรีซ์ (Czech GP) ที่สังเวียนเบอร์โน่ จะเป็นวันสำคัญที่หลายค่ายผู้ผลิตเตรียมนำเครื่องยนต์พิกัด 850cc ซึ่งเป็นสเปกอนาคตสำหรับปี 2027 ลงทดสอบวิ่งบนผืนแทร็กอย่างเป็นทางการ แต่คำถามที่แฟนๆ สงสัยมากที่สุดคือ นักแข่งคนไหนบ้างที่จะได้รับความไว้วางใจจากโรงงานให้เป็นผู้ทดสอบ?

เมื่อสื่ออย่าง DAZN เข้าไปจ่อไมค์สัมภาษณ์เหล่านักบิดถึงโอกาสในการมีส่วนร่วมกับโปรเจกต์แห่งอนาคตนี้ คำตอบที่สะท้อนกลับมาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย และบ่งบอกถึงสถานการณ์ของพวกเขาในทีมได้อย่างชัดเจน

ความมั่นใจของแชมป์ และรอยยิ้มของดาวรุ่ง

เริ่มกันที่ ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า (Francesco Bagnaia) แชมป์โลกจากค่าย Ducati เมื่อถูกถามว่าเขาจะได้ทดสอบรถ 850cc หรือไม่ เปคโก้ตอบกลับด้วยความหนักแน่นและมั่นใจในแผนงานของตัวเองว่า:

“ไม่ครับ คุณก็รู้อยู่แล้วนี่? 100% เลยว่าไม่” (บ่งบอกว่า Ducati มีแผนการที่ชัดเจนอยู่แล้ว และอาจโฟกัสให้เขาพุ่งเป้าไปที่การลุ้นแชมป์โลกในฤดูกาลปัจจุบันมากกว่า)

ในทางตรงกันข้าม ดาวรุ่งสายเลือดใหม่อย่าง เฟร์มิน อัลเดเกร์ (Fermín Aldeguer) ที่เพิ่งได้รับการยืนยันว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ระยะยาว กลับตอบคำถามนี้ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง:

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะได้เทสต์นะ (หัวเราะ)”

ตั๋วเครื่องบิน และความตัดพ้อที่บีบหัวใจ

ข้ามมาที่ฝั่งของ มาเวริค บีญาเลส (Maverick Viñales) นักบิดจาก Aprilia ที่อนาคตของเขากับทีมอาจไม่ได้ทอดยาวไปถึงปี 2027 คำตอบของเขาสะท้อนให้เห็นถึงการตัดขาดจากโปรเจกต์อนาคตอย่างชัดเจน:

“ผมไม่รู้สิครับ ผมคิดว่าคงไม่ได้ขี่นะ ทีมยังไม่ได้บอกอะไรผมเลย แถมผมจองตั๋วเครื่องบินเตรียมบินกลับบ้านตั้งแต่วันอาทิตย์แล้วด้วย”

แต่ประโยคที่กระแทกใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตมากที่สุด ตกเป็นของ อเล็กซ์ รินส์ (Álex Rins) จากค่าย Yamaha เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการเทสต์รถใหม่ เขากลับตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความตลกร้ายและตัดพ้อถึงสถานะของตัวเองในตอนนี้ว่า:

“ไม่ครับ… พวกเขาจะเอาผมไปทำประโยชน์อะไรได้ล่ะ? ทุกวันนี้ผมมันก็เป็นแค่เด็กเดินของ (Errand boy) เท่านั้นแหละ”

บทสัมภาษณ์สั้นๆ เหล่านี้… ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตอบคำถามเรื่องตารางงาน แต่มันคือกระจกสะท้อน “สัจธรรม” ของกีฬาอาชีพ ที่ว่าเมื่อวงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงเริ่มหมุน โรงงานผู้ผลิตย่อมต้องเลือกฝากอนาคตไว้กับคนที่จะอยู่กับพวกเขาในวันข้างหน้า ในขณะที่คนที่ไม่ได้ไปต่อ ก็ทำได้เพียงทำหน้าที่ในปัจจุบันของตัวเองให้ดีที่สุดจนกว่าจะหมดเวลา

Similar Posts