โค้งแรกมีเดือด! เปิดกริดสตาร์ทสปรินต์เรซ French GP “เปคโก้” ขนาบข้าง “มาร์ค” ด้าน “กวาร์ตาราโร” ซิวแถวสอง
นับถอยหลังสู่สงครามความเร็ว! เช็กผังกริดสตาร์ท Tissot Sprint ศึก French GP หลังผ่านควอลิฟายสุดคลั่ง
การแข่งขันแบบ “สปรินต์เรซ” (Sprint Race) คือบททดสอบที่ไม่มีพื้นที่ว่างให้กับความลังเล… นักบิดทุกคนมีเวลาเพียงครึ่งเดียวของเรซปกติในการเค้นพละกำลังทั้งหมดที่มี และจุดเริ่มต้นที่จะชี้ชะตาก็คือ “กริดสตาร์ท” (Starting Grid)
หลังจบการควอลิฟายอันดุเดือดที่สังเวียน เซอร์กิต บูกัตติ (เลอมังส์) ในศึก Michelin Grand Prix of France นี่คือโฉมหน้าของนักรบสองล้อที่จะประจำการบนกริดสตาร์ท เพื่อแย่งชิงโพเดียมในค่ำคืนนี้ ที่รับประกันได้เลยว่า “โค้งแรก” จะต้องลุกเป็นไฟ!
แถวหน้าสุดเดือด (Front Row): ช่องว่างที่ไร้ความหมาย
- กริดที่ 1: แชมป์โลก ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า (Ducati) กดเวลา 1:29.634 คว้าโพลไปครองด้วยความนิ่งและเด็ดขาด
- กริดที่ 2: มาร์ค มาร์เกซ (Ducati) ตามหลังมาด้วยเวลาเพียง +0.012 วินาที! นี่คือการประกาศก้องว่า “เอเลี่ยน” คนเดิมกลับมาแล้ว และพร้อมเสียบแย่งโค้งแรกทุกเมื่อ
- กริดที่ 3: มาร์โก เบซเซคคี (Aprilia) ตามหลังผู้นำแค่ +0.023 วินาที เติมเต็มแถวหน้าให้กลายเป็นสมรภูมิที่คาดเดาไม่ได้ที่สุด
แถวสองสุดอันตราย (Second Row): ฮีโร่เจ้าถิ่นพร้อมลุย
- กริดที่ 4: ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ (VR46) ยังคงรักษามาตรฐานการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและเป็นตัวสอดแทรกที่น่ากลัว
- กริดที่ 5: เปโดร อคอสต้า (KTM) รุกกี้ปีศาจที่พร้อมบวกกับรุ่นพี่ทุกคนแบบไม่มีเกรงใจ
- กริดที่ 6: ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร (Yamaha) เรียกเสียงเชียร์กระหึ่มแทร็ก การได้ออกสตาร์ทในแถว 2 ถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับโฮมแฟน และเขาพร้อมสู้ถวายหัวแน่นอน
กลุ่มตามที่ห้ามประมาท (Row 3 & Row 4)
- แถวที่ 3: นำทัพมาโดย โจน เมียร์ (อันดับ 7) ที่สร้างเซอร์ไพรส์พา Honda ขึ้นมาอยู่หัวแถวได้สำเร็จ ขนาบข้างด้วยตัวเต็งแชมป์โลกอย่าง ฮอร์เก มาร์ติน (อันดับ 8) ที่แม้จะควอลิฟายพลาดเป้าไปนิด แต่สไตล์ดุดันของเขาพร้อมไต่อันดับเสมอ ตามด้วย ไอ โอกุระ (อันดับ 9)
- แถวที่ 4: แชมป์เฆเรซเรซล่าสุด อเล็กซ์ มาร์เกซ ออกสตาร์ทในอันดับ 10 ตามมาด้วยฮีโร่เจ้าถิ่นอีกคน โยฮันน์ ซาร์โก ในอันดับ 11 และ อเล็กซ์ รินส์ ในอันดับ 12
ส่วนกลุ่มครึ่งหลังของตาราง นำโดย ราอูล เฟอร์นันเดซ (13), เอเนีย บาสเตียนินี (14), ลูก้า มารินี (15) ไปจนถึง เฟร์มิน อัลเดเกร์ (20) ที่ต้องกัดฟันสู้กับอาการบาดเจ็บ
13 รอบสนามในศึก Tissot Sprint คืนนี้ จะเป็นเกมที่รวดเร็ว ดุดัน และไร้ความปรานี… ใครจะสามารถชิงจังหวะโฮลช็อต (Holeshot) ที่โค้งแรกไปได้ เตรียมเสียงเชียร์ของคุณให้พร้อม แล้วไปลุ้นกันครับ!
