7msport

ใจสู้เกินร้อย! “อัลเดเกร์” รับทรมานจัดต้องฝืนใช้ขาเจ็บช่วยเบรก หวังพัก 3 วีกกู้ชีพที่เฆเรซ

บาดแผลที่แลกมาด้วยแต้ม! “อัลเดเกร์” เล่าความทรมานที่ออสติน ชี้ต้องฝืนใช้ขาเจ็บยันเบรกทะลุลิมิต

ในโลกของเกมกีฬา ไม่มีอะไรจะสวยงามและทรงพลังไปกว่า “หัวใจที่ไม่ยอมแพ้”… การลงสนามทั้งที่ร่างกายยังบอบช้ำ เป็นสิ่งที่ต้องใช้ทั้งความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวอย่างมหาศาล และสำหรับ “เฟร์มิน อัลเดเกร์” (Fermín Aldeguer) รุกกี้จากทีม Gresini Racing ศึกที่ออสติน (COTA) คือบททดสอบความอดทนที่สาหัสที่สุดในชีวิตนักแข่งของเขา

สังเวียนแห่งนี้ได้ชื่อว่าสูบพละกำลังนักแข่งมากที่สุดในปฏิทิน การที่อัลเดเกร์ซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากอาการกระดูกต้นขาหัก ต้องมาเจอกับเลย์เอาต์ที่เต็มไปด้วยโค้งสลับซ้ายขวาและการเบรกอย่างรุนแรง ทำให้ทุกเสี้ยววินาทีบนรถแข่งคือความเจ็บปวดที่แทบทะลุขีดจำกัด แม้เขาจะกัดฟันสู้จนจบเรซและเก็บแต้มมาได้ แต่มันก็เต็มไปด้วยร่องรอยของความบอบช้ำ

ความทรมานที่โค้ง 1 และ 2

เมื่อถูกถามถึงความยากลำบากที่สุดในสนามแห่งนี้ อัลเดเกร์สารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวรถ แต่มันคือร่างกายของเขาเองที่ยังไม่พร้อมรับแรงกระแทก

“การเปลี่ยนทิศทางรถ (S-Curves) คือส่วนที่หนักหนาที่สุดสำหรับผมเลยครับ” อัลเดเกร์เปิดใจ “รวมถึงจุดเบรกด้วย เพราะเราพุ่งมาด้วยความเร็วถึง 345 กม./ชม. การจะหยุดรถให้ได้มันยากมาก เราต้องใช้ขาช่วยยันเพื่อรักษาสมดุล ซึ่งมันสำคัญมากๆ… ผมคิดว่าโค้ง 1 และโค้ง 2 คือจุดที่ผมทรมานที่สุดแล้ว”

ประโยคที่ว่า “ผมอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” สะท้อนให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างหมดจด แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังมองเห็นแง่มุมบวกที่ซ่อนอยู่ “เราต้องดีใจครับที่สามารถจบการแข่งขันที่ยากลำบากในสนามสุดโหดนี้ได้ ผมดีใจในจุดนี้ แม้จะไม่แฮปปี้กับฟีลลิ่งการขับขี่เลยก็ตาม”

3 สัปดาห์ชี้ชะตา สู่การกู้ชีพที่เฆเรซ

หลังจากจบความท้าทายในทวีปอเมริกา ปฏิทินการแข่งขันจะเว้นว่างให้พักหายใจถึง 3 สัปดาห์ก่อนจะเริ่มลุยศึกยุโรปที่สนามเฆเรซ (Jerez) ซึ่งช่วงเวลานี้เปรียบเสมือน “โอเอซิส” กลางทะเลทรายสำหรับอัลเดเกร์

“ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะพอไหม แต่สำหรับผมแค่นี้ก็ดีแล้วครับ สัปดาห์แรกผมจะใช้พักผ่อนและประคองการซ้อมไปก่อน ส่วนอีกสองสัปดาห์ที่เหลือ ผมจะกลับมาฝึกซ้อมแบบเต็มรูปแบบ” เขาวางแผนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ เขายังย้ำว่าการฝืนลงแข่งใน 2 เรซที่ผ่านมานั้นคุ้มค่า เพราะมันช่วยให้ร่างกายไม่ลืมสัมผัส (Rhythm) ของรถ MotoGP และได้เก็บเกี่ยวข้อมูลสำคัญ

ปริศนาแอโรไดนามิก

นอกจากปัญหาร่างกายแล้ว อัลเดเกร์ยังต้องเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิค เนื่องจากเขาไม่ได้เข้าร่วมการทดสอบพรีซีซัน ทำให้ปัจจุบันเขาต้องใช้แพ็กเกจแฟริ่ง (Aerodynamics) สเปกปีที่แล้ว ซึ่งต่างจากรถโรงงานคันอื่นๆ

“ตอนนี้ผมยังตอบไม่ได้ว่ามันดีกว่าหรือไม่ เพราะเราแทบไม่มีข้อมูลของแพ็กเกจใหม่เลย ผมมีเวลาเทสต์ที่บาเลนเซียแค่ครึ่งวัน บวกกับอีก 2 เรซที่ผ่านมา… ตอนนี้ผมมีแฟริ่งตัวนี้อยู่ในมือ สิ่งที่เราต้องทำคือปรับเซ็ตอัปตัวรถให้เข้ากับมัน เพื่อให้เราขี่ได้เร็วที่สุดครับ”

ภายใต้ชุดแข่งที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ คือจิตวิญญาณของนักสู้ที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ การเดินทางกลับยุโรปพร้อมคะแนนสะสมในกระเป๋า คือรางวัลของความอดทน… ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล มารอติดตามการกลับมาในเวอร์ชัน “ฟิตเต็มร้อย” ของฉลามหนุ่มคนนี้กันครับ!