ปริศนาฟีลลิ่งที่หายไป! ถอดรหัสปัญหา “ล้อหน้า” ของ อเล็กซ์ มาร์เกซ และรอยร้าวในแคมป์ Ducati
ในโลกของการแข่งขันระดับสูงสุด “ความมั่นใจ” คือสิ่งที่แบ่งแยกผู้ชนะออกจากผู้แพ้ และความมั่นใจของนักบิดมอเตอร์ไซค์นั้น… ล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากความรู้สึกที่ส่งผ่าน “ล้อหน้า” สู่สองมือ หากย้อนกลับไปในศึก Thai GP เมื่อปีที่แล้ว อเล็กซ์ มาร์เกซ (Álex Márquez) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่โดดเด่นและสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของพี่ชายได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ทว่าในการแข่งขันที่บุรีรัมย์ปีนี้ สถานการณ์กลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ เป็นนักบิด Ducati เพียงคนเดียวที่สามารถต่อกรกับรถจากค่าย Aprilia และ KTM ได้ อเล็กซ์กลับต้องจมอยู่กับปัญหาในการบังคับทิศทางรถขณะเข้าโค้ง
ความรู้สึก “ประหลาด” ที่เอเป็กซ์
ปัจจุบัน อเล็กซ์ได้รับการอัปเกรดให้ขับขี่รถแข่งโมเดลล่าสุด ทว่าเขากลับไม่สามารถค้นพบความรู้สึกอันยอดเยี่ยมแบบเดียวกับที่เคยมีบนรถรุ่นเก่า (GP24) ได้เลย
“ปีนี้มันให้ความรู้สึกแปลกๆ” นักบิดคนน้องแห่งตระกูลมาร์เกซสารภาพ “ปีที่แล้วเราสามารถทำความเร็วได้ดีเยี่ยม และสร้างความแตกต่างได้ที่จุดเอเป็กซ์ (กลางโค้ง) รวมถึงจังหวะการเดินคันเร่ง แต่มาปีนี้… ทุกอย่างมันไปหนักอยู่ที่จังหวะพุ่งเข้าโค้ง (Entry) หมดเลย”
แม้ทีมงานจะพยายามปรับเปลี่ยนเซ็ตอัพเพื่อช่วยให้อาการที่กลางโค้งและจังหวะเอียงรถดีขึ้น แต่อเล็กซ์ก็ยังคงยอมรับหลังจบสุดสัปดาห์ว่า เขาไม่เคยมีฟีลลิ่งที่ดีกับช่วงหน้าของรถเลย ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่สามารถพลิกหรือหมุนรถ (Pivot) ได้ดั่งใจคิด
ความท้าทายที่คล้ายคลึงกับ “เป็กโก้”
การที่นักแข่ง Ducati ออกมาบ่นเรื่องการขาดความมั่นใจในล้อหน้า ทำให้อดนึกถึงปัญหาที่ “เป็กโก้” ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า (Pecco Bagnaia) เคยเผชิญไม่ได้
แชมป์โลก 2 สมัยชาวอิตาเลียน ก็ออกมายอมรับถึงความยากลำบากที่บุรีรัมย์เช่นกัน โดยเขาระบุว่ามีปัญหาอย่างมากกับยางหน้าในการเบรกเพื่อหยุดรถก่อนเข้าโค้ง พร้อมกับกล่าวชมเชย มาร์ค มาร์เกซ เพื่อนร่วมค่าย ว่าสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ของรถได้อย่างรวดเร็วและยอดเยี่ยม ในขณะที่ตัวเขาเองต้องใช้เวลาในการปรับตัวนานกว่าเสมอ
ปริศนาจานเบรก 355 มิลลิเมตร
แม้ว่าปัญหาของทั้งอเล็กซ์และเป็กโก้จะดูเหมือนมีจุดเริ่มต้นมาจากความรู้สึกของหน้าสัมผัสล้อหน้า (Front-end) แต่ในรายละเอียดเชิงลึกอาจไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
จุดที่น่าสนใจคือ ในปีที่ผ่านมา เป็กโก้เชื่อว่าเขาสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการใช้ “จานเบรกขนาดใหญ่ขึ้น” (ขนาด 355 มม.) แต่ในความจริงแล้ว การเลือกใช้จานเบรกสเปกนี้ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุของประเทศไทย กลับกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออาการของรถที่เพิ่มมากขึ้น
ในระดับความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การสูญเสียความมั่นใจเพียงเสี้ยวเปอร์เซ็นต์ ก็อาจหมายถึงการสูญเสียพื้นที่บนโพเดียม… นี่คือการบ้านชิ้นใหญ่ของทีมวิศวกร Ducati ที่จะต้องรีบแก้ไข เพื่อคืนความมั่นใจให้กับขุนพลสีแดง ก่อนที่ปัญหาอาการ “หน้าดื้อ” จะทำลายความหวังในการลุ้นแชมป์ของพวกเขาในสังเวียนต่อไป