ล้มแล้วต้องลุก! “อเล็กซ์ มาร์เกซ” เก็บเกี่ยวบทเรียนจากอันดับ 11 สปรินต์เรซ พร้อมทุ่มสุดตัวในศึกเมนเรซ
บนเส้นทางของการเป็นแชมเปี้ยน… ไม่ใช่ทุกเรซที่จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ การแข่งขันสปรินต์เรซ (Sprint Race) ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า MotoGP คือเวทีที่ไร้ความปรานี และ “อเล็กซ์ มาร์เกซ” ยอดนักบิดจากทีม Gresini Racing ก็ได้สัมผัสกับบทเรียนนั้นด้วยตัวเอง
สู้สุดใจ แต่ยังไม่ใช่วันของเรา
หลังจากโชว์ความเยือกเย็นและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบซ้อม การแข่งขันแบบสปรินต์เรซที่ดุเดือด รวดเร็ว และวัดกันในระยะสั้น กลับกลายเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับนักบิดหมายเลข 73
เมื่อสัญญาณไฟดับลง อเล็กซ์พยายามรีดเค้นสมรรถนะของรถแข่ง Ducati ทะยานออกไปขับเคี่ยวกับกลุ่มคู่แข่งอย่างสุดความสามารถ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนระอุและการแย่งชิงไลน์วิ่งที่ไม่มีใครยอมใคร เขาประคองรถสู้จนถึงรอบสุดท้าย ก่อนจะเข้าเส้นชัยรับธงหมากรุกใน อันดับที่ 11
เขาทำเวลาตามหลังผู้ชนะอย่าง เปโดร อคอสต้า อยู่ +8.504 วินาที ซึ่งน่าเสียดายที่อันดับนี้ทำให้เขาพลาดการเก็บคะแนนสะสมในรอบสปรินต์ไปอย่างเฉียดฉิว (คะแนนสปรินต์เรซมอบให้เฉพาะนักแข่งท็อป 9 เท่านั้น)
บาดแผลคือเครื่องหมายของนักสู้
สำหรับนักแข่งระดับท็อป ความพ่ายแพ้หรือการพลาดเป้าหมายไม่ใช่จุดจบ แต่เป็น “ข้อมูล” ชั้นดี กีฬาก็เหมือนกับชีวิตคนเรา… เมื่อสะดุดล้มลง สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมัวจมอยู่กับความเสียใจ แต่คือการลุกขึ้นมาให้เร็วกว่าเดิม
ระยะห่าง 8 วินาทีเศษจากผู้นำ คือการบ้านชิ้นใหญ่ที่อเล็กซ์และทีมช่าง Gresini ต้องกลับไปวิเคราะห์อย่างละเอียดหลังพิทปิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการยาง (Tire Management) การยึดเกาะของล้อหน้า หรือการเซ็ตอัพตัวรถ เพื่ออุดรอยรั่วทั้งหมดก่อนที่ศึกใหญ่จะเริ่มต้นขึ้น
เป้าหมายที่แท้จริงรออยู่ในวันพรุ่งนี้
สปรินต์เรซอาจจบลงไปแล้ว แต่มหาสงครามที่แท้จริง (Main Race) ซึ่งมีคะแนนสะสมชิ้นใหญ่รออยู่นั้นกำลังจะเปิดฉากขึ้นในวันอาทิตย์นี้
ด้วยวุฒิภาวะที่เติบโตขึ้นอย่างมากของอเล็กซ์ มาร์เกซ เราเชื่อมั่นได้เลยว่าเขาจะเปลี่ยนความผิดหวังในวันนี้ ให้กลายเป็นแรงผลักดันและสมาธิที่แน่วแน่ยิ่งกว่าเดิม เพราะเขาเคยผ่านแรงกดดันที่หนักหนากว่านี้มาแล้วในการลุ้นแชมป์เมื่อปีที่ผ่านมา
ตราบใดที่ธงหมากรุกในเรซหลักยังไม่โบกสะบัด ทุกสิ่งก็ยังเป็นไปได้เสมอ มาร่วมส่งพลังใจให้ “AM73” ลุกขึ้นมาผงาดและแสดงให้โลกเห็นว่า หัวใจนักสู้ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร
