7msport

จ่อทุบสถิติโลก! “อเล็กซ์ มาร์เกซ” กดเวลาห่างเป็กโก้แค่ 0.065 วิฯ สลัดเงาพี่ชาย ประกาศศักดาผู้ท้าชิงบัลลังก์ MotoGP เต็มตัว

เฉือนสถิติแค่ 0.065 วิฯ! “อเล็กซ์ มาร์เกซ” สลัดคราบม้านอกสายตา สู่ผู้ท้าชิงบัลลังก์ MotoGP ที่โลกต้องจับตามอง

อเล็กซ์ มาร์เกซ ไม่ใช่แค่ “น้องชายของมาร์ค” หรือนักบิดไม้ประดับในกริด MotoGP อีกต่อไป ฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมาคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่พิสูจน์แล้วว่า เขาคือนักแข่งระดับ “อีลีท” ที่พร้อมก้าวขึ้นมาท้าชิงแชมป์โลกอย่างเต็มตัว ด้วยดีกรีผู้ชนะกรังด์ปรีซ์และรองแชมป์โลก

ความเร็วระดับปรากฏการณ์ที่ “เซปัง”

สัญญาณที่บ่งบอกว่า อเล็กซ์ มาร์เกซ (Gresini Racing) ยกระดับตัวเองขึ้นมาเทียบชั้นแถวหน้า คือผลงานล่าสุดในการทดสอบพรีซีซั่นที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ข้อมูลจากเว็บไซต์ MotoGP ระบุว่า เขาสามารถกดเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดที่ 1:56.402 นาที

ตัวเลขนี้มีความหมายมหาศาล เพราะเมื่อเทียบกับสถิติรอบควอลิฟาย (Pole Position) ของ ฟรานเชสโก้ “เป็กโก้” บัญญาญ่า ในปี 2024 ที่ทำไว้ 1:56.337 นาที จะเห็นว่าอเล็กซ์ทำเวลาช้ากว่าสถิติตลอดกาลเพียงแค่ 0.065 วินาที เท่านั้น!

การทำเวลาจี้ติดสถิติโลกได้ขนาดนี้ ทั้งที่เป็นเพียงช่วง “Pre-season Test” สะท้อนให้เห็นว่าความเร็วของเขาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความพร้อมและความเข้าใจในตัวรถที่ลึกซึ้ง

จาก “นักบิดพรสวรรค์” สู่ “ผู้ท้าชิงที่สมบูรณ์แบบ”

สิ่งที่ทำให้อเล็กซ์ มาร์เกซ น่ากลัวขึ้นไม่ใช่แค่ความเร็วรอบเดียว แต่คือ “วุฒิภาวะ” ในการขับขี่ ผลงานในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอ (Consistency) ที่เขาเคยถูกตั้งคำถามในอดีต วันนี้เขาสามารถบริหารจัดการยาง อ่านเกมการแข่งขัน และตัดสินใจในจังหวะชี้เป็นชี้ตายได้อย่างเฉียบขาด เปลี่ยนสถานะจากนักบิดที่มีแวว ให้กลายเป็นผู้สมัครชิงแชมป์โลกที่สมศักดิ์ศรี

อำนาจต่อรองในมือ และข่าวลือกับ KTM

ด้วยผลงานระดับรองแชมป์โลกและสถิติเวลาที่ท้าทายเบอร์ 1 ของค่าย อำนาจการต่อรอง (Bargaining Power) ในตลาดนักบิดของอเล็กซ์จึงพุ่งสูงขึ้นทันที เขาไม่ได้อยู่ในสถานะที่ต้อง “รอโอกาส” อีกต่อไป แต่เขาสามารถ “เลือกเส้นทาง” ของตัวเองได้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมข่าวลือการย้ายไปร่วมทัพ KTM ถึงมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในอาณาจักร Ducati การจะเบียดแทรกกำแพงที่มองไม่เห็นระหว่าง “ทีมโรงงาน” และ “ทีมอิสระ” เพื่อก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 นั้นยากลำบากเสมอ ไม่ว่าคุณจะขี่ดีแค่ไหนก็ตาม

ปี 2026 จะเป็นปีที่ อเล็กซ์ มาร์เกซ ไม่ได้ลงแข่งเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นใคร แต่เขาจะลงแข่งเพื่อพิสูจน์ว่าบัลลังก์แชมป์โลก คือที่ที่เขาคู่ควร