เมื่อรถไม่ใช่คำตอบสุดท้าย: “เปโดร อคอสต้า” กับการเติบโตทางจิตวิญญาณ ที่พาเขาชนะ “เปคโก้” และไล่ล่า “อเล็กซ์ มาร์เกซ”
ฤดูกาล 2025 ของ เปโดร อคอสต้า กับทีมโรงงาน KTM เปรียบเสมือนหนังดราม่าที่ครึ่งแรกเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ครึ่งหลังคือการต่อสู้ด้วยหัวใจและมันสมองล้วนๆ แม้รถแข่ง RC16 จะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ “ฉลามแห่งมาซาร์รอน” ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขามีดีพอที่จะจบฤดูกาลในอันดับ 4 ของโลก เหนือแชมป์เก่าอย่าง ฟรานเชสโก “เปคโก้” บัญญาญ่า ได้สำเร็จ
อคอสต้าเริ่มต้นปีด้วยความหวังที่จะยกระดับจากอันดับ 6 ในปีก่อน แต่ความจริงในสนามโหดร้ายกว่าที่คิด เขาพบว่ารถ KTM ยังตามหลังคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Ducati (ทั้ง มาร์ค และ อเล็กซ์ มาร์เกซ) รวมถึง Aprilia ของ มาร์โก เบซเซคกี “รถเรากินยางหนักมาก และยากที่จะทำความเร็วในช่วงต้นเกมเพราะขาดกริป” อคอสต้ายอมรับถึงจุดอ่อนทางเทคนิคที่แทบไม่มีการอัปเกรดใหญ่ๆ ตลอดทั้งปี นอกจากการปรับแฟริ่งและสวิงอาร์มเล็กน้อย
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นช่วงกลางฤดูกาล โดยเฉพาะที่ สาธารณรัฐเช็ก เมื่อเขาคว้าโพเดียมแรกของปีได้สำเร็จ อคอสต้าเผยเคล็ดลับว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่รถ แต่คือ “จิตใจ” ของเขาเอง
“เมื่อผมเริ่มเลิกหมกมุ่นกับความฝันเรื่องแชมป์โลก… ผมก็เริ่มโฟกัสแค่การรีดศักยภาพรถที่มีอยู่ออกมาให้ได้ 100% แทน” อคอสต้ากล่าว “บางวันได้ที่ 5 ก็ต้องเอา บางวันสู้ได้ถึงโพเดียมก็ต้องลุย จิตใจของผมน่าจะเป็นสิ่งที่เติบโตขึ้นมากที่สุดในปีนี้“
จากเด็กหนุ่มที่มุทะลุ อคอสต้าเริ่มอ่านเกมขาดขึ้น เขารู้จังหวะว่าเมื่อไหร่ควรบุก เมื่อไหร่ควรออมยาง จนสามารถก้าวขึ้นมาต่อกรกับ อเล็กซ์ มาร์เกซ ในช่วงท้ายฤดูกาลได้อย่างสูสี และสะสมคะแนนแซงหน้าเปคโก้ บัญญาญ่า ได้ในที่สุด
แม้จะจบอันดับ 4 ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับรถที่เป็นรอง แต่อคอสต้ายืนยันว่าเขายังไม่พอใจแค่นี้ “เรามีความสุขกับความสม่ำเสมอได้ แต่เรายังภูมิใจไม่ได้ เพราะเรายังขาดความเร็วไปเยอะเมื่อเทียบกับคู่แข่ง”
เป้าหมายของอคอสต้าในปี 2026 ชัดเจนและดุดัน เขาต้องการรถที่เร็วกว่าเดิม “ครึ่งวินาที” เพื่อเปลี่ยนจากการ “ลุ้นโพเดียม” เป็นการ “ล่าแชมป์” อย่างเต็มตัว
วันนี้ “ฉลามน้อย” ได้พิสูจน์แล้วว่าเขามีวุฒิภาวะของผู้ชนะ เหลือเพียงรอให้อาวุธในมือคมกริบเท่ากับคู่แข่งเท่านั้น… และเมื่อวันนั้นมาถึง MotoGP จะต้องลุกเป็นไฟแน่นอน