ใจสู้! “อัลเดเกร์” รับต้องทนปวดน็อตในขาจนจบซีซั่น เผยสายตรง “อเล็กซ์” กำลังใจเกินร้อยก่อนลุยศึกมูเจลโล่
“โพเดียมเปลี่ยนชีวิต!” อัลเดเกร์ เมินความเจ็บปวดที่ฝังลึกในขา พร้อมอัปเดตสปิริต “อเล็กซ์” ก่อนลุยศึกมูเจลโล่
ในโลกของกีฬาอาชีพ… ยาแก้ปวดที่ดีที่สุด บางครั้งก็ไม่ได้มาจากห้องพยาบาล แต่มันมาจาก “ความสำเร็จ” บนผืนแทร็ก หลังผ่านพ้นสุดสัปดาห์ที่สูบพลังงานจนแทบหมดหลอดที่บาร์เซโลนา เฟร์มิน อัลเดเกร์ (Fermín Aldeguer) นักบิดดาวรุ่งชาวสเปน เดินทางมาถึงสังเวียนมูเจลโล่ (Mugello) ประเทศอิตาลี ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
โพเดียมอันดับที่ 2 จากศึก Catalan GP ไม่เพียงแต่มอบถ้วยรางวัลสีเงินให้กับเขา แต่มันยังมอบ “ความเชื่อมั่น” ที่เข้ามาเยียวยาบาดแผลทางร่างกายและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดเกราะ
แม้จะดูแข็งแกร่งบนรถแข่ง แต่อัลเดเกร์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ร่างกายของเขายังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ หลังการทดสอบ (Test) รอบล่าสุด เขารู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ แต่กลับใช้เวลาพักผ่อนเพียงแค่วันเดียว เพราะพลังใจมันล้นปรี่จนหยุดไม่อยู่
“ผมจบการทดสอบด้วยความเหนื่อยล้าสุดๆ ครับ แต่ผมพักแค่วันเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากได้โพเดียม แรงจูงใจของผมมันเปลี่ยนไปมหาศาลเลย สภาพจิตใจผมแตกต่างไปจากเดิม ผมมีพลังงานในการฝึกซ้อมมากขึ้น และขาของผมก็ตอบสนองได้ดีขึ้นเรื่อยๆ”
เมื่อถูกถามถึงอาการบาดเจ็บที่ขา แพทย์ได้อธิบายความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ความเจ็บปวดนี้ไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อ แต่มันมาจาก “น็อต” ที่ฝังอยู่เพื่อยึดกระดูก
“มันค่อนข้างซับซ้อนครับ เพราะปัญหาจริงๆ มันมาจากข้างใน จากตัวน็อตเลย เมื่อไหร่ที่ถอดมันออก ความเจ็บปวดจะหายเป็นปลิดทิ้งทันที… แต่ผมต้องรอจนกว่าจะจบฤดูกาลถึงจะทำแบบนั้นได้ ตอนนี้ผมทำได้แค่กายภาพบำบัดและฝึกซ้อมควบคู่กันไป อาการปวดลดลงมากแล้ว แต่มันคงจะอยู่เป็นเพื่อนผมไปจนถึงเดือนธันวาคมนู่นแหละครับ”
มูเจลโล่: บททดสอบความอึดของร่างกาย
การมาเยือน ออโตโดรโม อินเตอร์นาซินาเล เดล มูเจลโล่ (Autodromo Internazionale del Mugello) ถือเป็นหนึ่งในสนามที่ท้าทายสภาพร่างกายมากที่สุดในปฏิทินแข่งขัน โดยเฉพาะกับนักแข่งที่ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน
อัลเดเกร์ประเมินสถานการณ์ของตัวเองไว้อย่างน่าสนใจว่า จุดที่เขามักจะมีปัญหาที่สุดคือจังหวะออกจาก “โค้งซ้าย” ที่ต้องงัดเกียร์ และการพลิกตัวจากขวาไปซ้ายอย่างรวดเร็ว
“ที่มูเจลโล่มีจุดที่ยากจริงๆ แค่จุดเดียวคือช่วงหลังโค้งอาร์รับเบียตา (Arrabbiata) ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับผมครับ ชัดเจนว่าที่นี่คือหนึ่งในสนามที่ใช้พละกำลังเยอะที่สุดพอๆ กับที่ออสติน แต่ผมหวังว่าจะสามารถจัดการและรับมือกับมันได้ดีครับ”
สายใยนักสู้: สายตรงถึง “อเล็กซ์ มาร์เกซ”
นอกจากเรื่องของตัวเองแล้ว สิ่งที่บีบคั้นหัวใจคนในทีม Gresini ที่สุดคือการขาดหายไปของ อเล็กซ์ มาร์เกซ (Álex Márquez) ที่กำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่กระดูกคอและไหปลาร้า แต่อัลเดเกร์ก็ได้นำข่าวดีมาฝากแฟนๆ
“เช้าวันนี้ผมเพิ่งวิดีโอคอลคุยกับอเล็กซ์ ตอนที่ผมกำลังเดินสำรวจแทร็ก (Track walk) ครับ เขาดูสบายดีนะ แต่ผมคิดว่าให้เขาหรือคนใกล้ชิดเป็นคนอัปเดตสถานการณ์เองจะดีกว่า… แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้คือ ผมเห็นเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงจูงใจ และกระหายที่จะกลับมาลงสนามมากๆ ครับ”
สำหรับ เฟร์มิน อัลเดเกร์ แล้ว… การต่อสู้กับเพื่อนร่วมแทร็กอาจจบลงเมื่อธงหมากรุกสะบัด แต่การต่อสู้กับขีดจำกัดของตัวเอง คือการแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุด และดูเหมือนว่าในเวลานี้ หัวใจของเขาได้วิ่งนำหน้าความเจ็บปวดไปไกลแล้ว!
