“ผมโชคดีเหลือเกินที่ยังมีชีวิตอยู่” อเล็กซ์ มาร์เกซ เปิดใจหมดเปลือกถึงฝันร้ายที่กาตาลุญญา และเส้นทางสู่การฟื้นฟู

“ผมโชคดีเหลือเกินที่ยังมีชีวิตอยู่” อเล็กซ์ มาร์เกซ เปิดใจหมดเปลือกถึงฝันร้ายที่กาตาลุญญา และเส้นทางสู่การฟื้นฟู

ในโลกที่ความเร็วคือเครื่องวัดความสำเร็จ บางครั้งชีวิตก็ถูกกระชากให้หยุดนิ่งอย่างโหดร้ายเพียงเสี้ยววินาที… วันพุธที่ผ่านมา “อเล็กซ์ มาร์เกซ” (Álex Márquez) ได้ออกมาทำลายความเงียบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อุบัติเหตุรุนแรงในศึก Catalan GP (17 พ.ค.) ผ่านช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของเขา เพื่อแบ่งปันเรื่องราวสุดระทึกในโฮมเรซที่เขาตั้งเป้าจะคว้าชัยชนะให้ได้ แต่กลับต้องจบลงด้วยอาการบาดเจ็บที่สาหัสที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพนักแข่ง

ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อาร์มแชร์ที่บ้าน สวมเฝือกดามคอแบบแข็ง (Rigid neck brace) เพื่อตรึงกระดูกสันหลังส่วนคอให้อยู่นิ่งที่สุด ซึ่งเป็นบาดแผลหลักที่ทำให้เขาต้องพลาดการลงแข่งขันในศึก Italian GP และ Hungarian GP (โดยมี มิเคเล ปิร์โร่ ลงขี่แทน)

แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังเปิดคลิปด้วยอารมณ์ขันตามสไตล์ว่า “ผมยังตัวแข็งทื่ออยู่เลยนะเนี่ย!”

ชัยชนะที่มาพร้อมกับความกังวล

ชายหมายเลข 73 เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันเสาร์ ที่เขาสามารถลบล้างฝันร้ายจากปีที่แล้วด้วยการคว้าชัยชนะในรอบ สปรินต์เรซ (Sprint Race) ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้น กลับซ่อนความกังวลเอาไว้

“อย่างที่ผมเคยบอก ผมไม่ค่อยชอบฉลองเท่าไหร่เพราะความรู้สึกในวันเสาร์มันแปลกๆ คุณต้องรักษาสมาธิให้มั่น… มันเป็นสปรินต์เรซที่ผมชนะก็จริง แต่ผมไม่ได้รู้สึกดีกับรถเท่าไหร่นัก” อเล็กซ์เปิดใจ

“ตอนที่อยู่ในพาร์คเฟอร์เม (Parc Fermé) ผมรู้สึกกังวลนิดๆ ในหัวเอาแต่คิดวนเวียนว่าเราจะทำยังไงให้รถมันดีขึ้นสำหรับเรซวันอาทิตย์ มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขนะ แต่ก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด และนั่นคือจุดที่คุณต้องควบคุมสติเพื่อรักษา ‘ความนิ่ง’ (Zen moment) เอาไว้ให้ได้”

ความทรงจำที่หายไป และปาฏิหาริย์ที่โค้งมรณะ

และแล้ววันอาทิตย์แห่งความโกลาหลก็มาถึง อเล็กซ์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า หลังจากการชนที่รุนแรง ความทรงจำของเขาถูกลบหายไปแทบจะสมบูรณ์

“ตอนที่ผมไปถึงโรงพยาบาล น่าจะราวๆ บ่ายสามครึ่ง เป็นตอนที่ผมเริ่มจำทุกอย่างได้แบบ 100% อีกครั้ง… ผมต้องขอให้พวกเขาเปิดคลิปจังหวะล้มให้ดู เพราะผมมีความทรงจำแค่แวบๆ (Flashes) แต่จำเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้เลย”

“ผมขอดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น… และในวินาทีนั้นเอง พูดตามตรงนะ ผมเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเอง ‘โชคดี’ แค่ไหน โชคดีที่หลบกำแพงฝั่งขวาพ้น โชคดีกับมุมที่พุ่งเข้าไป และโชคดีกับจังหวะที่ตกลงมา… ตอนนั้นแหละที่ผมรู้ซึ้งเลยว่า ผมรอดมาได้ด้วยความโชคดีมหาศาลจริงๆ”

บาดแผลที่กรีดลึก และความเจ็บปวดที่หวนกลับมา

อเล็กซ์เข้ารับการผ่าตัดในคืนวันอาทิตย์ราวๆ 3 ทุ่ม ก่อนจะพักดูอาการในห้อง ICU เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน แม้เขาจะได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลในเช้าวันจันทร์และเดินทางกลับบ้านที่กรุงมาดริด แต่วิบากกรรมของเขายังไม่จบเพียงแค่นั้น

“พอผมถึงบ้าน ผมกลับรู้สึกแย่ลงไปอีก ความเจ็บปวดมันทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อยาเริ่มหมดฤทธิ์ จนผมต้องตัดสินใจกลับไปนอนที่โรงพยาบาล Ruber Internacional ต่ออีกสองคืน”

อเล็กซ์เน้นย้ำว่า แรงกระแทกจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่ใช่อะไรที่จะฟื้นตัวได้ในชั่วข้ามคืน

“มันไม่ใช่อาการบาดเจ็บแบบนิ้วหักเหมือนปีที่แล้ว ที่คุณล้มปุ๊บแล้วสมองสั่งการให้คิดถึงแต่เรื่องการรีบฟื้นตัว… แต่นี่คือการล้มที่มีแรงกระแทกมหาศาลมาก มากจนคุณต้องใช้เวลาเพื่อดึงตัวเองให้กลับมาอยู่บนพื้นโลกอีกครั้ง ร่างกายต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะเริ่มปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติท่ามกลางความเจ็บปวดมากมาย”

“โจทย์คือความพร้อม ไม่ใช่เวลา”

แม้บาดแผลจะสาหัส แต่จิตวิญญาณนักสู้ของอเล็กซ์ไม่เคยดับลง ท้ายคลิปวิดีโอ เขาได้ฝากข้อความที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและวุฒิภาวะอันยอดเยี่ยม

“ตอนนี้ผมโฟกัสที่การกลับมาแล้วครับ แต่มันไม่ใช่คำถามว่า ‘จะกลับมาเมื่อไหร่’ มันคือการ ‘กลับมาเมื่อพร้อม 100%’ ต่างหาก… ผมจะกลับมาก็ต่อเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีอาการบาดเจ็บหลงเหลือ และสามารถทุ่มเท 100% เต็มบนผืนแทร็กได้อีกครั้ง นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมโฟกัสในตอนนี้ครับ”

เรื่องราวของ อเล็กซ์ มาร์เกซ คือเครื่องเตือนใจว่า ภายใต้ความเร้าใจของกีฬามอเตอร์สปอร์ต คือชีวิต เลือดเนื้อ และความเจ็บปวดของมนุษย์… รอยยิ้มและการบอกเล่าอย่างตรงไปตรงมาของเขา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แชมเปี้ยนที่แท้จริง ไม่ใช่คนที่ไม่เคยล้ม แต่คือคนที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดพัก เพื่อกลับมาลุกขึ้นยืนให้แข็งแกร่งกว่าเดิม

Similar Posts