ร่างกายประท้วง! ‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ รับฝืนขีดจำกัดสุดปวดร้าว สู้ศึก MotoGP บริติชจีพี
ร่างกายที่บอบช้ำ กับหัวใจที่ไม่ยอมแพ้: ‘อเล็กซ์’ เผยความทรมานในศึกบริติชจีพี
ในโลกของความเร็วทะลุขีดจำกัด ผู้คนมักมองเห็นเพียงความสง่างามยามที่รถแข่งพุ่งทะยานผ่านธงหมากรุก แต่เบื้องหลังชุดสูทหนังที่แข็งแกร่ง คือร่างกายของมนุษย์ธรรมดาที่ต้องแบกรับแรงกระแทกและความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
สำหรับ อเล็กซ์ มาร์เกซ วันศุกร์ที่สนามซิลเวอร์สโตนในศึก บริติช กรังด์ปรีซ์ จบลงด้วยความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้ตัวเลขเวลาจะออกมาน่าพอใจ แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่คือ ร่างกายของเขากำลังประท้วงอย่างหนักจากร่องรอยบาดแผลในอดีต
1 ชั่วโมงที่แสนยาวนานและสูบพลัง
อเล็กซ์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การซ้อมช่วงบ่ายที่กินเวลาถึง 1 ชั่วโมงเต็มนั้น เป็นภาระที่หนักหน่วงเกินไปสำหรับสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้
“พูดตามตรง ผมไม่ได้ทดลองอะไรมากนักหรอกครับ แค่รู้สึกว่าช่วงบ่ายนี้ เวลา 1 ชั่วโมงมันยาวนานเกินไปสำหรับผม ผมมาถึงจุดที่หมดเรี่ยวแรงและเหนื่อยล้าจนเกินไป” อเล็กซ์ เผยความรู้สึก “ทุกคนพยายามโฟกัสไปที่ยางหลังคอมปาวด์มีเดียม แล้วค่อยสลับไปซอฟต์ หรือสลับกัน แต่ผมมาถึงจุดที่ไม่มีข้อมูลในหัวเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจังหวะไหนควรจะดุดันหรือควรผ่อน”
กระดูกชิ้นโตที่ชื่อว่า ‘Aprilia’
นอกเหนือจากสภาพร่างกายแล้ว อเล็กซ์ยังยอมรับในความแข็งแกร่งของคู่แข่งอย่าง Aprilia ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างดุดันบนแทร็กนี้
“แน่นอนครับว่ารถ Aprilia ที่นี่บินได้เลยล่ะ ตามที่เราคาดการณ์ไว้เป๊ะ แต่พวกเรา (Ducati) ก็ไม่ได้ตามหลังอยู่ไกลนัก เรายังมีปัญหาจุกจิกอยู่นิดหน่อย แต่ถ้าพรุ่งนี้เราแก้ได้ เราจะก้าวไปข้างหน้าได้อีกสเตป ส่วนเรื่องเพซสำหรับการแข่งขันจริง เราทำได้ไม่เลวเลยนะ นั่นคือเรื่องราวดีๆ ในวันนี้”
ความเจ็บปวดที่อาจเปลี่ยนชีวิต
ทว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดและบีบคั้นหัวใจแฟนๆ มากที่สุด คือการเปิดเผยถึงสภาพร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวจากอุบัติเหตุร้ายแรงที่กาตาลุนญา แม้จะได้พักเบรกซัมเมอร์ไปถึง 3 สัปดาห์เต็มแล้วก็ตาม
“ผมหวังว่าตัวเองจะรู้สึกดีกว่านี้นะ แต่ซิลเวอร์สโตนเป็นสนามที่เรียกร้องพละกำลังทางร่างกายสูงมาก ช่วงบ่ายผมเลยเจองานหยาบ และในที่สุด… ผมก็มาถึงขีดจำกัดของตัวเอง” “เมื่อเช้าผมยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่เลย ผมไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ มันจะเป็นกระบวนการฟื้นฟูที่ยาวนาน เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นมันรุนแรงมาก ผมต้องการเวลามากกว่านี้… บางทีมันอาจจะเป็นความเจ็บปวดหรือข้อจำกัดที่ผมต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมันให้ได้ บางทีชีวิตผมอาจจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยแล้วล่ะ แต่ถ้ามองข้ามเรื่องพวกนี้ไป ผมก็ยังรู้สึกโอเคดีครับ”
ประโยคสุดท้ายของอเล็กซ์ สะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมอันโหดร้ายของนักกีฬาอาชีพ… บางครั้ง บาดแผลไม่เคยหายไปอย่างสมบูรณ์ พวกเขาเพียงแค่ต้องเรียนรู้ที่จะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อโอบกอดความเจ็บปวดนั้นไว้ และบิดคันเร่งพุ่งชนเป้าหมายต่อไปด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
