เปิดใจ ‘โจอัน เมียร์’ ทิ้งเก้าอี้โรงงานซบ Gresini หวังชุบชีวิตตามรอยพี่น้องมาร์เกซ ลุยศึก MotoGP

ก้าวผ่านเงามืด: ‘โจอัน เมียร์’ กับการตามหาแสงสว่างครั้งใหม่ในอ้อมกอดของ Gresini

ในโลกของการแข่งขันที่วัดผลกันด้วยเสี้ยววินาที การยอมก้าวลงจากบัลลังก์ “ทีมโรงงาน” เพื่อมาขับขี่ให้กับ “ทีมอิสระ” อาจดูเหมือนการถอยหลังสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับ โจอัน เมียร์ แชมป์โลกปี 2020 นี่ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่มันคือการก้าวเดินเพื่อตามหา “ชีวิต” และ “รอยยิ้ม” ของตัวเองกลับคืนมา

หลังผ่านช่วงเวลา 4 ปีที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและรอยแผลกับ Honda ในที่สุด เมียร์ ก็ตัดสินใจจรดปากกาเซ็นสัญญา 2 ปี (2027-2028) เพื่อย้ายไปร่วมทัพ Gresini Racing และเตรียมควบม้าพยศสีแดงอย่าง Ducati เป็นครั้งแรกในชีวิต

รอยร้าวที่ฮอนด้า สู่การตัดสินใจครั้งใหญ่

ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เมียร์ตัดสินใจเด็ดขาด เกิดจากความไม่ชัดเจนและการขาดการสื่อสารของ Honda เกี่ยวกับทิศทางการพัฒนารถในยุคเครื่องยนต์ 850 ซีซี ที่จะเริ่มขึ้นในปี 2027 เขาจึงเลือกที่จะกุมชะตาชีวิตไว้ในมือตัวเอง

ย้อนกลับไปตอนที่ Suzuki ประกาศถอนตัวอย่างกะทันหันปลายปี 2022 เมียร์ก้าวเข้าสู่ Honda ในช่วงเวลาที่ทีมตกต่ำที่สุด ความยากลำบากในการควบคุมรถ RC213V บั่นทอนจิตใจเขาอย่างหนักจนถึงขั้นเคยคิดจะแขวนหมวกกันน็อกอำลาวงการ แม้ว่ารถจะเริ่มมีพัฒนาการและทำให้เขาได้สัมผัสโพเดียมบ้างในปีที่ผ่านมา แต่อุบัติเหตุและการล้มที่บ่อยครั้งก็ยังคงเป็นเงาตามตัว

ทำไมต้องเป็น Gresini? อู่ซ่อมหัวใจของนักแข่ง

“อย่างที่คุณจินตนาการได้เลย มันเป็นก้าวที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่ผมต้องเดินไป ผมมีความสุขมากๆ” เมียร์เปิดใจผ่าน MotoGP.com ถึงความรู้สึกที่กำลังจะเข้าไปรับไม้ต่อจาก อเล็กซ์ มาร์เกซ ในฐานะผู้นำคนใหม่ของทีม

“ผมคิดว่า เกรซินี คือสถานที่ที่วิเศษมาก พวกเขาคงกำลังมองหาใครสักคนที่คล้ายกับผม หลังจาก 4 ปีที่แสนสาหัสที่นี่ ผมกระหายที่จะทำอะไรให้ได้มากกว่านี้ และเกรซินีคือทางเลือกที่ดีที่สุด นักแข่งทุกคนที่ไปที่นั่นล้วนประสบความสำเร็จ มันทำให้ผมมั่นใจสุดๆ”

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นับตั้งแต่ย้ายมาจับมือกับ Ducati ในปี 2022 เกรซินีได้สถาปนาตัวเองเป็น “อู่ซ่อมหัวใจ” และสถานที่ชุบชีวิตนักแข่งอย่างแท้จริง ทั้ง เอเนีย บาสเตียนินี, ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ, เฟร์มิน อัลเดเกร์ รวมถึงพี่น้องนักสู้ที่หัวใจเคยบอบช้ำอย่าง อเล็กซ์ และ มาร์ค มาร์เกซ ต่างก็กลับมาค้นพบชัยชนะและความสุขได้อีกครั้งภายใต้บรรยากาศทีมที่อบอุ่นเหมือนครอบครัว ซึ่งช่วยลดความกดดันและเปิดโอกาสให้นักแข่งได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่

เมื่อถูกถามว่าเขากำลังเดินตามรอยความสำเร็จของพี่น้องมาร์เกซหรือไม่ เมียร์ตอบอย่างถ่อมตัวว่า “ใช่ครับ จะบอกว่าเป็นแบบพี่น้องมาร์เกซทั้งสองคนเลยก็ได้ มันเป็นการก้าวเดินที่คล้ายกันมาก 4 ปีที่นี่มันยากลำบาก แต่เราไม่เคยยอมแพ้ ผมภูมิใจกับมรดกและผลงานที่เราทิ้งไว้ที่นี่นะ”

การโคจรมาพบกันอีกครั้งของ ‘คู่หูแชมป์โลก’

อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้เมียร์ไม่ลังเลที่จะสวมเสื้อสีฟ้า คือการได้กลับมาร่วมงานกับ แฟรงกี้ คาร์เคดี (Frankie Carchedi) อดีตหัวหน้าช่างเครื่องคู่ใจที่เคยร่วมฝ่าฟันจนคว้าแชมป์โลกด้วยกันมาแล้ว

“เรื่องนี้มีบทบาทสำคัญมากต่อการตัดสินใจของผม” เมียร์อธิบายด้วยแววตาที่เป็นประกาย “ผมรู้จักแฟรงกี้มานาน เราเคยประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาด้วยกัน การได้ร่วมงานกับคนที่เรารู้ใจ ทำให้ผมเชื่อว่างานหลายๆ อย่างสำหรับปีหน้าได้ถูกเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ”

ท้ายที่สุดแล้ว เมียร์ทิ้งท้ายด้วยคำขอบคุณถึงทีมงานที่เชื่อมั่นในตัวเขา “ผมเชื่อมั่นในโปรเจกต์นี้ และเชื่อในสิ่งที่เราสามารถทำร่วมกันได้ มันเต็มไปด้วยความหวังครับ”

สำหรับ โจอัน เมียร์ ฤดูกาล 2027 จะไม่ใช่แค่การเริ่มต้นใหม่กับทีมใหม่ แต่มันคือการกลับมาทวงคืนจิตวิญญาณแห่งผู้ชนะ ที่พร้อมจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มที่สดใสกว่าเดิม

Similar Posts