แชมป์ประวัติศาสตร์ที่ใจสลายเบาๆ! ‘มาร์ค มาร์เกซ’ ทุบสถิติซัคเซนริงสมัย 10 แต่รับไม่แฮปปี้ 100% หลังน้องชายพลาดล้ม

เมื่อชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ถูกบดบังด้วยความห่วงใยของพี่ชาย

ทุบสถิติที่ยืนยงมานานกว่าครึ่งศตวรรษลงได้สำเร็จ สำหรับ มาร์ค มาร์เกซ (Marc Marquez) ยอดนักบิดแชมป์โลก ที่ผงาดคว้าชัยชนะในศึก MotoGP ที่สนามซัคเซนริง (Sachsenring) ประเทศเยอรมนี เป็นสมัยที่ 10 ของตัวเอง ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เขาก้าวข้ามสถิติเดิมของ จาโคโม อากอสตินี (Giacomo Agostini) ตำนานนักบิดที่เคยทำสถิติคว้าแชมป์ 10 ครั้งที่สนามอิมาตรา (Imatra) ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่มีใครทำลายได้มาตั้งแต่ปี 1975 หรือเมื่อ 51 ปีที่แล้ว!

หากไม่โชคร้ายเจออาการบาดเจ็บรบกวนอย่างหนักตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา มาร์คอาจจะสร้างสถิตินี้ได้เร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่นักบิดวัย 33 ปีคนนี้ไม่เคยมองย้อนกลับไปเสียเวลาขบคิดถึงคำว่า “ถ้าหาก…” เขาเติบโตขึ้นและเรียนรู้ที่จะควบคุมสภาพจิตใจในการแข่งขัน โดยโฟกัสแค่เพียงสิ่งที่ตัวเองควบคุมได้อย่างเต็มที่ เช่น สไตล์การขับขี่ การทำงานกับทีม และเทคนิคการบริหารหน้ายางในแต่ละรอบ

รอยยิ้มที่ไม่สุด เพราะ “อเล็กซ์” พลาดล้ม

ทว่า ภายใต้ความสำเร็จอันหอมหวาน มาร์คกลับออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เขา “ไม่มีความสุขแบบ 100 เปอร์เซ็นต์” สาเหตุไม่ได้มาจากตัวเขาเอง แต่มาจากน้องชายสุดที่รักอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ (Alex Marquez) นักบิดสังกัด Gresini Racing ที่โชคร้ายพลาดล้มในขณะที่กำลังซิ่งอยู่ในอันดับที่ 2 ของเรซ

“การคว้าชัยชนะได้ถึง 10 ครั้งในรุ่น MotoGP บนสนามเดียว มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากครับ” มาร์คเปิดใจผ่านรายการ After the Flag ของ MotoGP.com “แต่พูดตามตรงเลยนะ ผมไม่ได้มีความสุขแบบเต็มร้อยหรอก เพราะผมอยากเห็นอเล็กซ์ขึ้นไปยืนบนโพเดียมด้วยกันที่นี่”

มาร์คเล่าถึงความมุ่งมั่นของน้องชายที่พยายามฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่กาตาลุญญาเมื่อสองเดือนก่อนว่า “หลังจากเรซที่มอนต์เมโล ความทุ่มเทและผลงานที่เขาแสดงให้เห็นมันน่าทึ่งมาก ผมรู้ว่าเขาเป็นคนขยัน แต่นี่มันเกินกว่าที่ผมคาดไว้ซะอีก เขาขี่ได้ดีมากๆ ในขณะเดียวกันฝั่งการาจของเราก็ทำงานกันได้ดีเยี่ยม และเราก็เก็บผลลัพธ์สูงสุดมาได้ในสัปดาห์นี้”

เบื้องหลังชัยชนะ: แผนการถนอมยางสุดเก๋า

นอกจากเรื่องราวของน้องชายแล้ว มาร์คยังได้เผยถึงแท็กติกสุดเก๋าในเรซนี้ว่า ช่วงแรกเขาพยายามบุกหนัก แต่รู้สึกได้ว่ายางหน้าเริ่มทำงานถึงขีดจำกัด จึงตัดสินใจปรับแผนกะทันหัน

“ตอนเริ่มผมพยายามดันเต็มที่ แต่เห็นเลยว่ายางหน้ามันเริ่มปริ่มๆ ลิมิตแล้ว มันมีความรู้สึกแปลกๆ ผมไม่แน่ใจว่าผมใช้ยางหน้าเปลืองไปหรือเปล่า ผมเลยตัดสินใจผ่อนความเร็วลงมา ปล่อยให้กลุ่มหลังไล่ตามมาทัน” มาร์คอธิบาย “แต่พอผมเริ่มจับจังหวะและเข้าใจยางหน้าได้อีกครั้ง ผมก็เปิดฉากบุกก๊อกสอง และในจังหวะนั้นผมก็สามารถฉีกระยะห่างออกไปได้ ที่สนามนี้ ถ้าคุณทิ้งห่างได้สักวิครึ่งหรือสองวินาที มันก็ยากมากแล้วล่ะที่ใครจะไล่ตามคุณทัน”

ชัยชนะครั้งนี้ของ มาร์ค มาร์เกซ จึงไม่ได้เป็นเพียงการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการความเร็วเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ความเก๋าเกม และสายใยความผูกพันของพี่น้องตระกูลมาร์เกซที่แน่นแฟ้นไม่แพ้ความเร็วบนแทร็กเลยทีเดียว

Similar Posts