รอยต่อแห่งกาลเวลา! “อเล็กซ์” พาเกรซินีทะลุ Q2 พร้อมวาทะเด็ดเปรียบตัวเองดั่ง “จิเบอร์นาอู” ศึกเยอรมันจีพี

อดีตที่หวนคืน! “อเล็กซ์ มาร์เกซ” โชว์ฟอร์มแกร่งทะลุ Q2 พร้อมเปิดใจถึงความคล้ายคลึงกับ “จิเบอร์นาอู”

กาลเวลาอาจหมุนเปลี่ยนผ่านไป… แต่จิตวิญญาณของนักสู้บนผืนแทร็กยังคงเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกันเสมอ

สุดสัปดาห์นี้ที่สังเวียนซัคเซนริง (Sachsenring) ไม่ได้มีเพียงแค่เสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่น่าตื่นเต้น แต่ยังอบอวลไปด้วยมนต์ขลังแห่งความทรงจำ เมื่อทีม Gresini Racing ตัดสินใจเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของทีม ด้วยการชุบชีวิตลวดลายรถแข่งสุดวินเทจสีน้ำเงิน-เหลือง ที่ชวนให้หวนนึกถึงยุคทองของ เซเต้ จิเบอร์นาอู (Sete Gibernau) ในปี 2003 ซึ่งเป็นปีที่เขาควบรถของ ฟาอุสโต เกรซินี เบียดเอาชนะ วาเลนติโน่ รอสซี่ คว้าแชมป์เยอรมันจีพีไปได้อย่างสุดมันส์

และในวันนี้ ผู้ที่รับไม้ต่อสวมชุดแข่งและควบม้าศึก Desmosedici GP26 ลายประวัติศาสตร์นี้ลงสนาม คือ อเล็กซ์ มาร์เกซ (Alex Márquez) ผู้ซึ่งกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า หัวใจของเขาแข็งแกร่งไม่แพ้ใคร

⚡ ทะลุ Q2 ด้วยหัวใจนักสู้

หลังจากต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากจากอุบัติเหตุรุนแรงที่กาตาลุญญาเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม อเล็กซ์ได้แสดงให้เห็นถึงการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่ยอดเยี่ยม ในการฝึกซ้อมวันศุกร์ที่ซัคเซนริง เขากดเวลามาเป็นอันดับที่ 4 ของตาราง คว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ Q2 ได้โดยตรง ซึ่งเป็นการบรรลุเป้าหมายหลักของวันศุกร์และช่วยลดความกดดันไปได้มหาศาล

“การไม่ต้องไปเสี่ยงในรอบ Q1 คือเรื่องที่ดีมากครับ แม้ว่าเราจะยังขาดความไหลลื่นในส่วนของล้อหน้าไปบ้างก็ตาม” อเล็กซ์กล่าวอย่างถ่อมตัว “ไม่ใช่ว่าผมพัฒนาขึ้นมากจากที่แอสเซนหรอกครับ แต่สนามแห่งนี้ให้พื้นที่ผมได้พักหายใจมากกว่า ทำให้ผมสามารถขี่ได้ไหลลื่นขึ้น แต่เราก็ต้องมาดูกันอีกทีว่าในการแข่งขันระยะ 30 รอบสนาม ผมจะเป็นอย่างไร”

🗣️ “เซเต้ จิเบอร์นาอู 2.0” และโชคชะตาของการเป็นรอง

ไฮไลต์สำคัญของการสัมภาษณ์ในช่วงสิ้นสุดวันศุกร์ คือเมื่อสื่อมวลชนได้ถามอเล็กซ์ว่า ด้วยลวดลายรถแข่งที่งดงามราวกับย้อนยุคนี้ เขามองเห็นความคล้ายคลึงระหว่างตัวเองกับ เซเต้ จิเบอร์นาอู หรือไม่ หรือรู้สึกเหมือนเป็น “จิเบอร์นาอู 2.0” หรือเปล่า?

คำตอบของอเล็กซ์นั้นทั้งเฉียบคม จริงใจ และแฝงไปด้วยอารมณ์ขันที่สะท้อนความเป็นจริงของโลกมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างลึกซึ้งกินใจ

“ผมเหมือนกับเซเต้ จิเบอร์นาอู ตรงที่เราทั้งคู่ต่างก็เป็นรองแชมป์โลกครับ” อเล็กซ์เปิดประเด็นพร้อมรอยยิ้ม

“และเราสองคนยังเหมือนกันตรงที่… เราจบในอันดับตามหลังผู้ชายที่เก่งเอามากๆ สองคน” เขาหมายถึง วาเลนติโน่ รอสซี่ (คู่ปรับของจิเบอร์นาอู) และ มาร์ค มาร์เกซ (พี่ชายและคู่ปรับของเขาเอง)

“ผมยังเชื่อด้วยว่า เราน่าจะเหมือนกันตรงที่… ถ้าไม่มีนักแข่งสองคนนั้นอยู่ เราทั้งคู่ก็คงจะได้เป็นแชมป์โลกไปแล้วในวันนี้”

ลวดลายประวัติศาสตร์นี้จะถูกนำมาใช้แข่งขันจริงในวันอาทิตย์ (รวมถึงรถของ เฟร์มิน อัลเดเกร์ ที่แม้จะบาดเจ็บแต่ก็ถูกจัดแสดงไว้ในพิต) มาร่วมส่งกำลังใจให้ “อเล็กซ์ มาร์เกซ” สร้างเรื่องราวบทใหม่ที่น่าจดจำ บนผืนแทร็กที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งอดีตนี้ไปด้วยกันครับ!

Similar Posts