“บูมเมอแรงย่อมคืนสนอง!” อเล็กซ์ มาร์เกซ ฝากประโยคเด็ดถึง ดิจจิอา หลังฉายซ้ำรอยร้าว มาร์ค-รอสซี่ ที่แอสเซน

ฉายซ้ำรอยแค้น 11 ปี! “อเล็กซ์ มาร์เกซ” ฝืนเจ็บคว้าท็อป 5 พร้อมฝากวาทะเด็ดถึง “ดิจจิอา” หลังดราม่าชิเคนสุดท้าย

11 ปี… นั่นคือระยะเวลาที่ผ่านไปนับตั้งแต่ มาร์ค มาร์เกซ เคยเบียด วาเลนติโน่ รอสซี่ จนต้องหลุดเข้าไปลุยบ่อกรวดที่โค้งชิเคนสุดท้ายของแอสเซน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่อื้อฉาวและเป็นที่จดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ MotoGP

ทว่าในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ม้วนเดิมได้ถูกนำมาฉายซ้ำอีกครั้ง ณ โค้งเดียวกันและสนามเดียวกัน แถมยังมีตัวละครหลักคนเดิม… เพียงแต่คราวนี้ “บทบาท” ของพวกเขาถูกสลับกันโดยสิ้นเชิง และคนที่เฝ้ามองเหตุการณ์นี้ในมุมที่ใกล้ชิดและลึกซึ้งที่สุด ก็คือชายที่วิ่งตามมาอยู่ด้านหลังนั่นเอง

อุบัติเหตุ ความบังเอิญ และผลพลอยได้

ในช่วง 7 รอบสุดท้ายของการแข่งขัน ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ (Fabio Di Giannantonio) ได้ตัดสินใจพุ่งเสียบเข้าโค้งชิเคนสุดท้ายอย่างดุดัน ส่งผลให้ มาร์ค มาร์เกซ ที่กำลังป้องกันตำแหน่งอันดับ 4 ต้องหลุดออกไปวิ่งลุยบ่อกรวด ในขณะที่ “ดิจจิอา” เองก็บานหลุดแทร็กลิมิตเข้าไปในพื้นที่สีน้ำเงิน

ทว่าท่ามกลางความโกลาหล คนที่ได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ คือ อเล็กซ์ มาร์เกซ (Alex Márquez) ที่ควบรถตามมาด้านหลัง เหตุการณ์นี้ทำให้เขาขยับขึ้นมาถึง 2 ตำแหน่งภายในโค้งเดียว

เหตุการณ์ระหว่าง ดิจจิอา และ มาร์ค ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์ระหว่าง มาร์ค และ รอสซี่ ในปี 2015 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ในวันนั้น รอสซี่คือคนที่ถูกเบียดตกกรวดแต่ยังสามารถลัดสนามกลับมาคว้าแชมป์ได้) ดิจจิอา ซึ่งปัจจุบันขับขี่ให้กับทีม VR46 ของวาเลนติโน่ รอสซี่ ยอมรับถึงความบังเอิญนี้ แต่ปฏิเสธที่จะโยงความหมายใดๆ ให้ลึกซึ้งไปกว่านั้น

“ตอนที่ผมกลับไปดูภาพช้า มันน่าสนใจมากครับที่ได้เห็นความคล้ายคลึงกัน แต่บางครั้งเรื่องพวกนี้มันก็เกิดขึ้นได้ ผมเห็นคนพูดถึงเรื่องวันที่และเวลาที่มันบังเอิญตรงกันเป๊ะๆ แต่ผมคิดว่ามันคือความบังเอิญล้วนๆ ครับ” ดิจจิอากล่าว

วาทะของพี่ชาย และคำเตือนจากน้องชาย

ปฏิกิริยาของ มาร์ค มาร์เกซ ที่มีต่อบทลงโทษของสจ๊วตและเหตุการณ์ปะทะในครั้งนี้ ถูกอธิบายผ่านประโยคสั้นๆ เพียง 3 คำในภาษาสเปน ที่สะท้อนตัวตนของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ:

“Yo acato, corro y callo” (ผมยอมรับบทลงโทษ ผมแข่งต่อไป และผมจะไม่ออกความเห็น) ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมามากไปกว่านี้

ในขณะที่คณะกรรมการ FIM ได้สั่งลงโทษ “Long Lap Penalty” กับดิจจิอา เนื่องจากไม่ได้ลดความเร็วลงตอนที่ลัดชิเคน ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าลืมกฎข้อนี้ไปชั่วขณะ อย่างไรก็ตาม เขายังคงฮึดสู้จนกลับมาจบในอันดับที่ 4 ได้สำเร็จ ทำแต้มตามหลังจ่าฝูงเพียง 16 คะแนน

แต่กลายเป็น อเล็กซ์ มาร์เกซ ที่ได้ฝากวาทะเด็ดอันสั่นสะเทือนที่สุดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ มันเป็นการเปรียบเปรยที่ทรงพลังยิ่งกว่าการกล่าวหาตรงๆ:

“เมื่อคุณขว้างบูมเมอแรงออกไป… มันย่อมวกกลับมาหาคุณเสมอ” (When you throw a boomerang, it always comes back)

เขาบอกกับผู้สื่อข่าวเพียงแค่นั้น โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม ข้อความนี้ถูกส่งตรงถึงใครก็ตามที่ยังจำเหตุการณ์ปี 2015 ได้… และแน่นอนว่าส่งตรงถึงดิจจิอาด้วยเช่นกัน

หัวใจที่ไม่ยอมแพ้ของ “อเล็กซ์ มาร์เกซ”

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในวันอาทิตย์นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องดราม่า แต่คือหัวใจนักสู้ของ อเล็กซ์ มาร์เกซ ร่างกายของเขายังคงบอบช้ำอย่างหนักจากอุบัติเหตุรุนแรงที่บาร์เซโลน่า และการล้มในรอบพรี-ควอลิฟายเมื่อวันศุกร์ (ไหล่ขวาช้ำและแขนซ้ายถลอก)

ในความเป็นจริง อเล็กซ์เกือบจะถอดใจยอมแพ้แล้วในช่วง 10 รอบสุดท้าย ร่างกายของเขาแทบจะรับภาระไม่ไหวอีกต่อไป

“ผมโชคดีมากที่มีนักแข่งบางคนล้มหรือมีปัญหาทางเทคนิค ทำให้ผมไต่อันดับขึ้นมาได้เยอะ แต่พูดตามตรง ช่วงท้ายเรซผมบอกกับตัวเองแล้วว่า ‘โอเค ฉันจะพอแล้ว’ แต่พอผมเห็นอันดับของตัวเอง ผมก็เปลี่ยนใจและบอกว่า ‘โอเค ฉันจะพยายามขี่ให้จบเรซก็แล้วกัน'”

และจุดเปลี่ยนสำคัญก็คือเหตุการณ์ที่ ดิจจิอา ปะทะ มาร์ค จนทำให้อเล็กซ์ได้ 2 ตำแหน่งมาแบบฟรีๆ มันเปลี่ยนจากการที่เขาเกือบจะรีไทร์ ให้กลายเป็นการพุ่งชนอันดับที่ 5 ซึ่งขับเคลื่อนด้วย “ศักดิ์ศรี” และความไม่ยอมแพ้ล้วนๆ

“ยังไงก็ตาม ผมก็สามารถแข่งจนจบได้ แม้ผมจะไม่มีแรงเหลือพอที่จะป้องกันตำแหน่งจากดิจจิอาในรอบสุดท้ายแล้วก็ตาม เพราะร่างกายผมมันหมดก๊อกแล้วจริงๆ แต่มันก็โอเคครับ” อเล็กซ์ทิ้งท้าย

บูมเมอแรงที่เคยถูกขว้างใส่ มาร์ค มาร์เกซ… ท้ายที่สุดแล้วมันก็ถูกรับเอาไว้ได้โดย อเล็กซ์ มาร์เกซ พร้อมกับคำเตือนที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศที่แอสเซน แม้ว่านักแข่งทุกคนจะเก็บของเดินทางกลับบ้านไปแล้วก็ตาม

Similar Posts