รอยยิ้มที่ซ่อนความลับ! “ปอล เอสปาร์กาโร่” โป๊ะแตกกลางจอ ยืนยัน “อเล็กซ์ มาร์เกซ” เตรียมสวมเสื้อสีส้มลุย MotoGP 2027
การเดินทางเพื่อค้นหาจุดสูงสุด มักบีบบังคับให้เราต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ยากลำบากเสมอ สำหรับ “อเล็กซ์ มาร์เกซ” การก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยเพื่อโบยบินด้วยปีกของตัวเองในฐานะนักบิดทีมโรงงาน คือเป้าหมายสูงสุดที่เขากำลังจะไขว่คว้ามาได้สำเร็จ
คำหลุดปากที่ดังกว่าการประกาศอย่างเป็นทางการ
ท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมความพร้อมก่อนศึก Thai GP จะเริ่มขึ้น รายการสัมภาษณ์ของช่อง DAZN กลับกลายเป็นเวทีสปอยล์ดีลใหญ่แห่งปี เมื่อ ปอล เอสปาร์กาโร่ อดีตนักบิดที่ปัจจุบันทำหน้าที่นักทดสอบให้ KTM และพิธีกร ได้หลุดปากแซวอเล็กซ์กลางรายการว่า “เพื่อนร่วมทีมของผม… เอ่อ หมายถึงปีนี้น่ะนะ” พร้อมกับเสียงหัวเราะ
แทนที่จะปฏิเสธ อเล็กซ์กลับตอบกลับด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าว่า “เขารู้มากกว่าผมซะอีก” ปฏิกิริยาที่เป็นธรรมชาติของทั้งคู่ กลายเป็นการยืนยันกลายๆ ว่ารองแชมป์โลกคนปัจจุบัน จะเก็บกระเป๋าย้ายออกจาก Gresini Racing ไปซบทีมโรงงาน KTM ในปี 2027 อย่างแน่นอน
เมื่อประตูสีแดงปิดลง การเริ่มต้นใหม่จึงเริ่มขึ้น
แม้ผลงานในปี 2025 ของอเล็กซ์จะยอดเยี่ยมจนได้รับการยอมรับว่าเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถต่อกรกับ มาร์ค มาร์เกซ ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แต่ความเป็นจริงที่โหดร้ายของโลกมอเตอร์สปอร์ตคือ “รถแข่งมีจำกัด”
ค่าย Ducati ตัดสินใจต่อสัญญากับมาร์คยาวไปจนถึงปี 2028 และมีแผนที่จะดันดาวรุ่งอย่าง เปโดร อคอสต้า ขึ้นมาประกบคู่ในทีมโรงงาน สถานการณ์นี้บีบให้อเล็กซ์ต้องขยับตัวเพื่อหาอาวุธระดับแฟคทอรี่ที่คู่ควรกับฝีมือของเขา
ประกอบกับในปี 2027 จะมีการเปลี่ยนกฎข้อบังคับทางเทคนิคใหม่ทั้งหมด ซึ่งทำให้นักแข่งและทีมต่างต้องไปเริ่มต้นนับศูนย์กันใหม่ การย้ายไปร่วมงานกับ KTM จึงเป็นก้าวที่กล้าหาญและเต็มไปด้วยความหวังสำหรับอนาคต
ความทรงจำและบทเรียนจากร่มเงาของพี่ชาย
นอกเหนือจากเรื่องอนาคต อเล็กซ์ยังได้ย้อนรำลึกถึงบาดแผลในใจจากฤดูกาลที่ผ่านมา เขาเล่าด้วยน้ำเสียงที่ตกผลึกว่า การต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อแย่งแชมป์กับพี่ชายแท้ๆ คือสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย
“ข้อผิดพลาดทั้งหมดที่เราทำลงไป เกิดจากการที่เราคิดถึงแต่เรื่องการคว้าแชมป์โลก มากกว่าที่จะโฟกัสกับการรักษาระดับมาตรฐานของตัวเอง… นั่นแหละคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามจะวิ่งไล่ตามรถไฟที่ชื่อว่า มาร์ค มาร์เกซ ไม่ให้คลาดสายตา”
เส้นทางสายใหม่ที่กำลังจะเปิดขึ้น ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีเสื้อ แต่คือการเดินทางเพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “อเล็กซ์ มาร์เกซ” พร้อมที่จะเปล่งประกายและเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยสองมือของเขาเอง