“ถ้าผมยืนอยู่บนกริด ก็เพื่อสู้เพื่อแชมป์โลก!” มาร์ค มาร์เกซ ลั่นล่ามงกุฎสมัยที่ 10 เผยเบื้องหลังใช้แฟริ่ง GP24 ลุยศึก Thai GP
ความพร้อมก่อนเปิดฉาก MotoGP 2026 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สุดสัปดาห์นี้ ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่า “มาร์ค มาร์เกซ” แชมป์โลกคนปัจจุบัน ที่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยประกาศเป้าหมายชัดเจนในการล่าแชมป์โลกสมัยที่ 10 พร้อมอัปเดตสภาพร่างกายและการตัดสินใจทางเทคนิคที่น่าสนใจ
ความท้าทายทางร่างกาย และเหตุผลที่เลือกสเปก “GP24”
มาร์คฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่ไหล่ซึ่งเกิดขึ้นที่อินโดนีเซียได้ทันเวลาสำหรับการทดสอบพรีซีซั่นที่เซปังและบุรีรัมย์พอดี ทว่าเจ้าตัวยอมรับว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% และฤดูหนาวที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากสำหรับเขา
ด้วยข้อจำกัดทางร่างกายนี้เอง ทำให้เขาตัดสินใจครั้งสำคัญในการเลือกใช้ชุดแอโรไดนามิก (Aerodynamics) ของปี 2024 แทนที่จะเป็นสเปกใหม่ล่าสุด:
-
ความจำเป็นทางร่างกาย: มาร์คเผยว่าปัจจุบันเขายังไม่มีพละกำลังมากเท่าปีที่แล้ว จึงต้องการรถที่เลี้ยวได้ง่ายขึ้นและไม่ต้องออกแรงฝืนมากนัก
-
ข้อได้เปรียบของ GP24: ชุดแฟริ่งสเปก GP24 ช่วยให้เขาขับขี่ได้เข้ากับสไตล์และสภาพร่างกายในตอนนี้มากกว่า แม้ว่าปีที่แล้วเขาจะจบฤดูกาลด้วยรถสเปก 2025 ก็ตาม
-
การพัฒนาในอนาคต: เขาไม่ได้ปิดโอกาสที่จะกลับไปใช้แฟริ่ง GP25 ในระหว่างฤดูกาล แต่ตอนนี้ขอเน้นไปที่การรักษาความสม่ำเสมอและค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายในช่วงเรซแรกๆ ก่อน
เป้าหมายสมัยที่ 10 และ 4 คู่แข่งจอมอันตราย
แม้จะระมัดระวังเรื่องสภาพร่างกาย แต่เมื่อพูดถึงเป้าหมายการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 10 เพื่อขยับสถิติแซงหน้า วาเลนติโน่ รอสซี่ (9 สมัย) มาร์คกลับแสดงความทะเยอทะยานอย่างเต็มเปี่ยม
“ถ้าผมอยู่บนกริดสตาร์ท ก็เพื่อต่อสู้สำหรับตำแหน่งแชมป์โลก ปีที่แล้วผมมีความระมัดระวังมากกว่านี้เพราะต้องพิสูจน์ตัวเองว่ายังแข่งขันได้ แต่ปีนี้เราต้องป้องกันแชมป์” แชมป์โลกชาวสแปนิชประกาศกร้าว
สำหรับคู่แข่งที่เขาประเมินว่าจะสร้างความยากลำบากให้เขาในปีนี้ มาร์คชี้เป้าไปที่ 4 นักบิด: เป็กโก้ บัญญาญ่า, มาร์โก เบซเซคคี, เปโดร อคอสต้า และที่สำคัญที่สุดคือ อเล็กซ์ มาร์เกซ น้องชายและรองแชมป์โลกปีล่าสุด
-
มาร์ควิเคราะห์ว่า การที่อเล็กซ์ได้รถสเปกโรงงานในปีนี้ จะช่วยเติมเต็มความเร็วทางตรงที่เคยขาดหายไปเมื่อปีก่อนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
-
เขาชื่นชมน้องชายว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นคนที่เร็วที่สุดในมาเลเซีย และติดท็อป 3-4 ที่เร็วที่สุดในการทดสอบที่บุรีรัมย์
อนาคตกับ Ducati และจุดยืนในวงการ
ในประเด็นเรื่องการต่อสัญญาที่ยังคงหยุดชะงักตามสถานการณ์เจรจาระหว่างฝ่ายจัด MotoGP และทีมแข่ง (MSMA) มาร์คยืนยันว่าเขาไม่รีบร้อนและรอคอยได้ บทเรียนจากปี 2020 สอนให้เขารู้ว่าไม่ควรตัดสินใจใดๆ ในขณะที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ตอนนี้เป้าหมายหลักคือการกลับมาขี่รถและดูการฟื้นตัวของร่างกาย โดยเขายืนยันว่าทุกอย่างสอดคล้องกับแนวทางของ Ducati และมองเห็นอนาคตที่สวยงามร่วมกัน
ท้ายที่สุด มาร์คปฏิเสธความคิดเรื่องการแขวนหมวกกันน็อกในเร็วๆ นี้ โดยย้ำว่าการเป็นนักแข่ง MotoGP คือสิ่งสำคัญอันดับ 1 ในชีวิต และกีฬาชนิดนี้จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาต่อไป
