7msport

เร็วกว่านี้ก็พัง! บททดสอบ “ความอดทน” ของ เฟอร์มิน อัลเดเกร เมื่อโจทย์ใหญ่เดือนนี้คือการเอาชนะ “ยางเก่า” ให้ได้

เร็วกว่านี้ก็พัง! บททดสอบ “ความอดทน” ของ เฟอร์มิน อัลเดเกร เมื่อโจทย์ใหญ่เดือนนี้คือการเอาชนะ “ยางเก่า” ให้ได้

ในโลกของความเร็ว เรามักชื่นชมผู้ที่บิดคันเร่งได้จมมิดและทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุด แต่สำหรับเวทีสูงสุดอย่าง MotoGP ความเร็วเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ตั๋วสู่ชัยชนะ หากปราศจากสิ่งที่เรียกว่า “ความอดทน” (Patience) และนี่คือโจทย์หินก้อนโตที่กูรูมอเตอร์สปอร์ตหลายสำนักมองตรงกันว่า เฟอร์มิน อัลเดเกร ดาวรุ่งจากทีม BK8 Gresini Racing จะต้องเผชิญและก้าวข้ามไปให้ได้ในเดือนนี้

อัลเดเกร ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่าเขามี “ความเร็ว” เป็นอาวุธร้ายกาจ แต่ในพรีเมียร์คลาส ยาง Michelin นั้นมีคาแรคเตอร์ที่ดุดันและพร้อมจะ “หักหลัง” นักแข่งได้ทุกเมื่อหากใช้งานหนักเกินไปในช่วงต้นเกม กูรูนักวิเคราะห์ชี้ว่า บททดสอบสำคัญในเดือนนี้ไม่ใช่การทำเวลาในรอบ Qualify ให้สวยหรู แต่คือการควบคุมสติและคันเร่งในช่วงที่ยางเริ่มส่งสัญญาณวิกฤต

แหล่งข่าววงในระบุว่า ทีมงานเทคนิคของ BK8 Gresini ได้วางแผนการฝึกซ้อมที่เข้มข้น โดยเน้นย้ำให้อัลเดเกรโฟกัสไปที่การรีดสมรรถนะของรถในขณะที่สวม “ยางเก่า” (Used Tires) โจทย์คือ: ทำอย่างไรให้รถยังคงเร็วและควบคุมได้ ในวันที่กริปยาง (Grip) หายไปเกินครึ่ง?

นี่คือศาสตร์ชั้นสูงที่แยก “นักแข่งฝีมือดี” ออกจาก “แชมป์โลก” การฝืนทำเวลาด้วยยางใหม่นั้นง่าย แต่การประคองรถที่ท้ายปัดไปมาให้เข้าเส้นชัยด้วยอันดับที่ดีนั้นต้องใช้วุฒิภาวะและความอดทนขั้นสูง

มีคำกล่าวในวงการว่า “ตำนานไม่ได้วัดกันที่ใครออกตัวเร็วที่สุด แต่วัดกันที่ใครยืนหยัดได้จนจบเกม” สำหรับอัลเดเกร การต้องลดอีโก้ของความเร็วลง และหันมาเรียนรู้ความเจ็บปวดของการบริหารยาง อาจเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดสำหรับวัยรุ่นไฟแรง แต่หากเขาผ่านบททดสอบเรื่อง “ความอดทน” ในเดือนนี้ไปได้ ปีศาจสีฟ้าแห่ง Gresini ตนนี้ จะไม่ได้มีแค่ความเร็วที่น่ากลัว แต่จะมีความเก๋าที่ใครก็ยากจะต่อกร