“ถึงเวลาล่าความสำเร็จใหม่!” อเล็กซ์ มาร์เกซ บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมโรงงาน KTM ฤดูกาล 2027-2028 เสียบแทน “เปโดร อคอสต้า”
ตลาดนักบิด MotoGP ปี 2027 เริ่มทวีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดมีรายงานระบุว่า “อเล็กซ์ มาร์เกซ” (Álex Márquez) ยอดนักบิดสแปนิชได้ตัดสินใจอนาคตของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเขาเตรียมจะย้ายไปร่วมทัพทีมโรงงานของ KTM ในปี 2027 และ 2028 ซึ่งจะถือเป็นการกลับมาทำหน้าที่นักบิดทีมโรงงานอีกครั้งในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกกับ Repsol Honda
บุกสำนักงานใหญ่ที่ Mattighofen เพื่อปิดดีล แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่อนาคตของอเล็กซ์ มาร์เกซ ถูกระบุว่าเป็นความจริงที่ชัดเจนจนยากจะปฏิเสธ โดยรายงานจากสื่อ Speedweek ระบุว่าเขาได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานของ KTM ที่เมืองมัตติกโฮเฟิน (Mattighofen) ประเทศออสเตรียแล้ว ในช่วงพักเบรกระหว่างการทดสอบที่เซปังและการทดสอบที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ข้อมูลนี้มีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจาก Speedweek เป็นสื่อภายใต้การบริหารของ Red Bull ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักของมาร์เกซและมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับทาง KTM อย่างมาก
การสลับขั้วครั้งประวัติศาสตร์: อคอสต้า สู่ ดูคาติ การขยับตัวของอเล็กซ์ในครั้งนี้เป็นการเข้ามาแทนที่ของ “เปโดร อคอสต้า” (Pedro Acosta) ซึ่งมีรายงานว่าได้บรรลุข้อตกลงย้ายไปร่วมทีมโรงงานของ Ducati เพื่อร่วมงานกับ “มาร์ค มาร์เกซ” (Marc Márquez) ในปี 2027 แม้ว่าพี่น้องมาร์เกซจะแสดงความประสงค์ที่จะร่วมงานกันในทีมโรงงาน Ducati แต่ท้ายที่สุดทางต้นสังกัดจากอิตาลีเลือกที่จะเดิมพันกับศักยภาพในอนาคตของอคอสต้ามากกว่า
ไลน์อัปสแปนิชเต็มตัวของ KTM และทิศทางในอนาคต ในการย้ายมาร่วมทัพสีส้มครั้งนี้ อเล็กซ์ มาร์เกซ จะได้จับคู่กับ “มาเวอริค บีญาเลส” (Maverick Viñales) ซึ่งจะทำให้ทีมโรงงานของ KTM ในปี 2027 ประกอบด้วยนักบิดชาวสเปนแบบยกทีม ส่งผลให้ “แบรด บินเดอร์” (Brad Binder) จะต้องมองหาต้นสังกัดใหม่ในปี 2027 แม้จะเชื่อว่าความสามารถระดับเขาน่าจะหาทีมรองรับได้ไม่ยากนัก
นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าข้อตกลงครั้งนี้อาจรวมถึงสิทธิพิเศษของ KTM เหนือนักบิดดาวรุ่งภายใต้การดูแลของบริษัท Vertical ซึ่งเป็นบริษัทจัดการของพี่น้องมาร์เกซ โดยหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองคือ “มักซิโม กิเลส” (Máximo Quiles) การก้าวเข้าสู่บ้านหลังใหม่ที่ KTM ของอเล็กซ์ มาร์เกซ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสทองที่จะพิสูจน์ฝีมือของเขาอีกครั้งในเวทีสูงสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก
