“อคอสต้า” เปิดใจอนาคตปี 2027! ฟันธงไลน์อัพเดือด “อเล็กซ์ มาร์เกซ” โยกซบ Aprilia ส่วนตนเองขอนิ่งเน้นผลงาน
เปโดร อคอสต้า นักบิดหนุ่มเจ้าของฉายา “ฉลามแก้ว” แห่งค่าย KTM ผู้ที่ถูกจับตามองว่าจะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาดนักบิดปี 2027 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ PecinoGP โดยเปิดเผยถึงทิศทางอนาคตของตนเอง รวมถึงวิเคราะห์การโยกย้ายทีมของคู่แข่งไว้อย่างน่าสนใจ
เมื่อถูกถามถึงมุมมองต่อกริดสตาร์ทในปี 2027 ซึ่งจะเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาครั้งใหญ่ อคอสต้าได้แสดงทัศนะส่วนตัวถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีมของนักแข่งระดับท็อป โดยมองว่า อเล็กซ์ มาร์เกซ น้องชายของแชมป์โลก 9 สมัย มีโอกาสสูงที่จะย้ายไปร่วมงานกับ Aprilia จับคู่กับ มาร์โก เบซเซคคี
“ผมเห็น กวาร์ตาราโร กับ มาร์ติน ที่ ฮอนด้า, บีญาเลส ที่ KTM, โจน เมียร์ ที่ ยามาฮ่า, อเล็กซ์ มาร์เกซ และ เบซเซคคี ที่ อาพริเลีย ส่วน มาร์ค มาร์เกซ จะยังคงอยู่ที่ ดูคาติ ต่อไป” อคอสต้า กล่าววิเคราะห์ภาพรวมตลาดในสายตาของเขา
ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าดูคาติหรือฮอนด้าอาจกำลังจ้องจะดึงตัวเขาไปร่วมทัพในปี 2027 อคอสต้ายืนยันเสียงแข็งว่า ณ เวลานี้ เขายังไม่ได้เจรจากับค่ายไหนทั้งสิ้น
“พูดตามตรงคือเรายังไม่ได้คุยกับใครเลย… ทุกอย่างเหมือนการเสี่ยงโชค แต่เราต้องใจเย็นๆ ไม่ควรตัดสินใจอะไรตอนที่อารมณ์ยังร้อน สิ่งสำคัญที่สุดคือรอให้ฤดูกาลเริ่ม ดูว่าสถานการณ์แต่ละทีมเป็นอย่างไร และดูปฏิกิริยาของนักแข่งแต่ละคน เรายังมีเวลาให้คิดเรื่องนั้น”
เขาย้ำชัดเจนว่า กลยุทธ์เดียวที่จะทำให้เขามีอำนาจต่อรองในตลาด คือการสร้างผลงานในปี 2026 ให้ดีที่สุด “เราต้องโฟกัสที่การทำผลงานในปี 2026 เพราะนั่นคือสิ่งที่จะทำให้ค่ายผู้ผลิตหันมาสนใจในตัวผม”
สำหรับรถแข่ง KTM RC16 เวอร์ชั่นปี 2026 อคอสต้ามองว่ามันไม่ใช่การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการ “วิวัฒนาการ” ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแก้จุดอ่อนเรื่องความสม่ำเสมอ
“สิ่งที่ผมขาดไปในปีที่แล้วคือความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงต้นปี… เป้าหมายปีนี้คือการยกระดับความแน่นอน ด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้น เราน่าจะก้าวไปข้างหน้าได้อีกขั้น”
โดยอคอสต้ามองว่าการทดสอบที่มาเลเซีย (Sepang Test) จะเป็นจุดตัดสินสำคัญ และตั้งเป้าว่าจะต้องทำผลงานให้ดีในสนานที่ถนัดอย่าง “เฆเรซ” และ “โปรตุเกส” ในขณะที่ต้องพยายามประคองตัวให้รอดในสนามปราบเซียนอย่าง “ซิลเวอร์สโตน” และ “ฟิลลิป ไอส์แลนด์”
สุดท้าย อคอสต้ายังได้พูดถึงเจ้าของลิขสิทธิ์ใหม่อย่าง Liberty Media ว่ากำลังมาถูกทางในการดึงแฟนๆ ให้เข้ามาใกล้ชิดกับนักแข่งมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่วงการ MotoGP ต้องการเพื่อดึงฐานแฟนคลับให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง.
