7msport

สนามแตก! “อเล็กซ์ มาร์เกซ” โชว์รอยช้ำโดนเศษแทร็กดีดใส่ จวกยับบราซิลทำสภาพเหมือนแข่งวิบาก

ฝันร้ายที่โกยาเนีย! “อเล็กซ์” โชว์แขนช้ำ โดนเศษแทร็กดีดใส่ ซัดเดือดเหมือนแข่งโมโตครอส

การกลับมาเยือนแผ่นดินบราซิลของศึก MotoGP ควรจะเป็นงานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ แต่ในความเป็นจริง มันกลับกลายเป็นบททดสอบการเอาชีวิตรอดที่แสนสาหัสและเจ็บปวด… สุดสัปดาห์ที่สนาม Autódromo Internacional Ayrton Senna เต็มไปด้วยอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน เริ่มตั้งแต่พายุฝนที่ทำให้บางส่วนของสนามมีน้ำท่วมขัง หลุมยุบปริศนาบนทางตรงในวันเสาร์ที่ทำให้รอบสปรินต์เรซต้องดีเลย์และต้องเลื่อนการควอลิฟายของ Moto2 ออกไป และฟางเส้นสุดท้าย คือการที่ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องประกาศ “หั่นจำนวนรอบแข่ง” ในเรซหลักวันอาทิตย์ จาก 31 รอบ เหลือเพียง 23 รอบอย่างกะทันหัน

เมื่อผิวแทร็กกลายเป็น “กระสุนปืน”

สาเหตุหลักของการลดระยะทาง มาจากสภาพผิวแทร็ก (Asphalt) ที่เสื่อมโทรม ไม่สามารถรองรับแรงเสียดทานมหาศาลจากรถพรีเมียร์คลาสได้ ผิวแทร็กเริ่มปริแตกและหลุดร่อนในทุกๆ รอบที่รถวิ่งผ่าน

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ เศษยางมะตอยเหล่านี้ไม่ได้แค่ร่วงอยู่บนพื้น แต่มันกลายสภาพเป็นกระสุนที่ถูกยางล้อหลังดีดเข้าใส่นักแข่งคันตามหลังอย่างรุนแรง

“อเล็กซ์ รินส์” นักบิดจากทีม Yamaha คือหนึ่งในผู้เคราะห์ร้าย เขาชี้ให้สื่อมวลชนเห็นรอยแผลที่นิ้วหลังจบการแข่งขัน

“กริปที่สนามนี้มันต่ำมากๆ ครับ และมีเศษยางมะตอยกระเด็นมาอัดใส่นิ้วของผม… ลองไปถามนิ้วผมดูสิว่ามันรู้สึกยังไงตอนโดนหินดีดใส่ที่โค้ง 11 และ 12 มันเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเรซเลย แม้จะไม่ได้ทำให้ผมขี่ช้าลง แต่มันรบกวนสมาธิสุดๆ เพราะนั่นคือนิ้วที่ผมต้องใช้เบรก”

“นี่มันแข่งความเร็ว หรือมอเตอร์ครอส?”

ทางด้าน “อเล็กซ์ มาร์เกซ” ยอดนักสู้จากค่าย Gresini Racing ก็เผชิญกับความโหดร้ายนี้ไม่ต่างกัน เขาให้สัมภาษณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ DAZN พร้อมกับถลกแขนเสื้อโชว์ให้เห็นร่องรอยฟกช้ำและรอยแดงหลายจุดบนท่อนแขน

“มันแปลกประหลาดมากครับ ทั้งจำนวนรอบที่ลดลงและสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก ระหว่างโค้ง 10 ถึง 11 พื้นผิวแทร็กมันพังทลายลงมาหมดเลย พอมีรถคันหน้านำอยู่ พวกเขาก็จะดีดเศษหินเศษยางมะตอยใส่เรา… เอาจริงๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังแข่งโมโตครอส (วิบาก) มากกว่าแข่งรถทางเรียบเสียอีก รอยพวกนี้แหละครับคือผลงานของหินพวกนั้น” ### เสียงสะท้อนถึงการจัดการที่ล่าช้า นอกจากความเจ็บปวดทางสรีระแล้ว อเล็กซ์ยังแสดงความหงุดหงิดต่อการประกาศลดรอบแข่งขันที่กระชั้นชิดเกินไป ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทีมช่างเครื่องในการปรับตั้งค่าระบบอิเล็กทรอนิกส์และการคำนวณปริมาณน้ำมันให้สัมพันธ์กับระยะทางใหม่

“ทุกคนเจอสถานการณ์เดียวกันครับ พวกเขา (เรซไดเรกชัน) เกือบจะมาบอกเราตอนที่เรากำลังขี่ในรอบวอร์มอัปอยู่แล้ว มันน่าจะดีกว่านี้ถ้าพวกเขาเลื่อนเวลาสตาร์ทออกไปสักหน่อย เพื่อให้เรามีเวลาเตรียมตัวและสามารถเปลี่ยนสเปกยางให้เหมาะสมได้” อเล็กซ์ทิ้งท้าย

ภายใต้ชุดหนังที่เปื้อนฝุ่นและรอยแผล สิ่งที่นักแข่งเหล่านี้ได้แสดงให้เราเห็น คือหัวใจที่ไม่เคยยอมจำนนต่ออุปสรรค ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเลวร้ายหรืออันตรายแค่ไหน พวกเขาก็พร้อมที่จะกัดฟันบิดคันเร่งฝ่าฟันมันไปจนถึงธงหมากรุกเสมอ… นี่แหละครับคือจิตวิญญาณที่แท้จริงของนักรบแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ต