วิกฤตความฟิต! “อัลเดเกร์” เตรียมตรวจซ้ำหลังเทสต์เฆเรซ ชี้ปัญหาใหญ่คือขาดจังหวะซ้อม
เส้นทางของนักกีฬาอาชีพไม่ได้ขับเคี่ยวกันแค่ความเร็วบนผืนแทร็ก แต่ยังรวมถึงการต่อสู้กับขีดจำกัดของร่างกายตนเอง เฟร์มิน อัลเดเกร์ (Fermín Aldeguer) นักบิดดาวรุ่งชาวสเปน กำลังเผชิญกับการเริ่มต้นฤดูกาลที่ไม่ราบรื่นนัก โดยภาพที่เขาย้ายตัวเองไปรอบๆ สนาม เฆเรซ-อังเคล นีเอโต (Circuito de Jerez-Ángel Nieto) ด้วยอาการเดินกะเผลกอย่างเห็นได้ชัดหลังการออกแรงอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์นั้น เป็นเครื่องสะท้อนถึงสภาพร่างกายในปัจจุบันของเขาได้เป็นอย่างดี
บาดแผลที่ยังตามหลอกหลอน
วิกฤตความฟิตครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากอุบัติเหตุล้มระหว่างการทดสอบช่วงฤดูหนาวด้วยรถสตรีทไบค์ที่บาเลนเซีย เหตุการณ์นั้นทำให้อัลเดเกร์ต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการกระดูกต้นขาซ้ายหักที่บาร์เซโลนา และนับตั้งแต่นั้นมา การฟื้นฟูร่างกายของเขาก็กลายเป็นการแข่งกับเวลามาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม สัญญาณตอบรับจากร่างกายกลับแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไปที่เฆเรซ แม้เจ้าตัวจะพยายามมองโลกในแง่ดีและให้สัมภาษณ์ว่าอาการปวดอาจเป็นเพียงผลจากการออกแรงมากเกินไปตลอดสุดสัปดาห์ แต่ความกังวลก็ทำให้เขาตัดสินใจเตรียมเข้ารับการตรวจซ้ำ อัลเดเกร์ระบุว่าเขาจะทำการทดสอบเพื่อความแน่ใจว่าทุกอย่างยังอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และจะส่งผลประเมินทั้งหมดไปให้ศัลยแพทย์ผู้ดูแล
“ผมยังห่างไกลจากจุดที่ดีที่สุด”
เมื่อเจาะลึกถึงผลกระทบบนสนามแข่งขัน อัลเดเกร์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมยังห่างไกล” และชี้ให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องของสภาพร่างกายเท่านั้น แต่จุดอ่อนที่แท้จริงในตอนนี้คือการขาดรอบวิ่งและจังหวะการขับขี่ ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อเขามากกว่าบาดแผลที่ขาเสียอีก
แม้เขาจะระบุว่าการขับขี่บนตัวรถไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่โตนัก แต่ความเหนื่อยล้าและอาการปวดมักจะปรากฏขึ้นในช่วงรอบท้ายๆ ของการแข่งขันเสมอ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้เข้ามาจำกัดประสิทธิภาพและฟอร์มการขี่ของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อุปสรรคในการปรับตัวเข้ากับ Ducati GP25
นอกจากเรื่องสภาพร่างกายแล้ว อีกหนึ่งความท้าทายคือการปรับตัวเข้ากับรถแข่ง Ducati Desmosedici GP25 ที่ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเช่นกัน อัลเดเกร์เผยว่าทีมกำลังประสบปัญหาในจังหวะสุดท้ายของการเบรก ซึ่งทำให้ตัวรถเลี้ยวได้ยาก
ในระหว่างการทดสอบที่เฆเรซ อัลเดเกร์ไม่ได้มีโอกาสทดสอบชิ้นส่วนใหม่ที่สำคัญๆ แบบนักบิด Ducati คนอื่นๆ การทำงานของเขาจึงมุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจพื้นฐานของตัวรถและค้นหาทางแก้ปัญหาระยะสั้น โดยทีมได้พยายามทดสอบการตั้งค่ารถ (Setting), ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเอนจิ้นเบรก เพื่อค้นหาทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งเจ้าตัวทิ้งท้ายว่ามีการทดสอบทั้งสิ่งที่ได้ผลและไม่ได้ผล และพวกเขาจำเป็นต้องมุ่งมั่นทำงานหนักกันต่อไป