7msport

ย้อนรอย 6 เรซคลาสสิก! ตำนานดราม่าเดือดศึก Spanish GP สังเวียน “เฆเรซ” ที่แฟน MotoGP ลืมไม่ลง

อุ่นเครื่องก่อนเดือด! ย้อนรอย 6 เรซคลาสสิกแห่ง “เฆเรซ” สังเวียนที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังและน้ำตา

Spanish Grand Prix คือรายการแข่งขันที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของโลก MotoGP… มันคือสังเวียนที่ให้กำเนิดการต่อสู้ระดับตำนาน ความดีใจสุดเหวี่ยง และความพ่ายแพ้ที่ใจสลาย หากคุณกำลังรอคอยความมันส์ในสุดสัปดาห์นี้ นี่คือ 6 เรซสุดคลาสสิกจากอดีตที่จะช่วยปลุกไฟในตัวคุณให้ลุกโชน!

1996: “ดูฮาน vs คริวิเย่” จุดจบสุดช็อกที่โค้งสุดท้าย

นี่คือเรซที่คุณสามารถย้อนกลับไปดูได้กี่ครั้งก็ยังคงขนลุก การดวลกันแบบตัวต่อตัวระหว่างเพื่อนร่วมทีม ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนเจ้าถิ่นที่หวังจะเห็น อเล็กซ์ คริวิเย่ ผงาดคว้าชัย ความบ้าคลั่งพุ่งถึงขีดสุดในรอบสุดท้ายเมื่อแฟนบอลบางส่วนวิ่งลงมาบนแทร็ก!

คริวิเย่ นำหน้าแชมป์โลกอย่าง มิค ดูฮาน มาตลอดทาง แต่ดูฮานมาเสียบแซงในโค้งสุดท้าย จังหวะที่คริวิเย่กระแทกคันเร่งเพื่อจะเอาคืน รถของเขากลับสะบัดปลิวแบบ Highside ร่วงลงพื้นอย่างรุนแรงห่างจากเส้นชัยเพียงไม่กี่ร้อยเมตร! ชัยชนะตกเป็นของดูฮาน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการขึ้นโพเดียม 11 เรซติดของตำนานชาวออสซี่

2005: “รอสซี่ vs จิเบอร์เนา” สงครามประสาทและจุดแตกหัก

นัดเปิดฤดูกาล 2005 คือหน้าประวัติศาสตร์ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตไม่มีวันลืม หลังจากการขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอย่างดุเดือดในปี 2004 วาเลนติโน่ รอสซี่ และ เซเต้ จิเบอร์เนา ก็กลับมาปะทะกันอีกครั้ง

ในรอบสุดท้าย ทั้งคู่ผลัดกันแซงไปมาอย่างดุเดือดจนมาถึงโค้งที่ 13 (โค้งสุดท้าย) เมื่อจิเบอร์เนาเปิดไลน์กว้างเพียงนิดเดียว รอสซี่ที่ไม่มีวันยอมแพ้ก็เสียบพรวดเข้ามาด้านใน รถของทั้งคู่ปะทะกันอย่างจัง ส่งผลให้นักบิดเจ้าถิ่นหลุดออกไปลุยบ่อกรวด ขณะที่รอสซี่ยกล้อเข้าเส้นชัยอย่างสะใจ เหตุการณ์นี้ตามมาด้วยบรรยากาศสุดตึงเครียดใน Parc Ferme และบนโพเดียมที่ไม่มีแม้แต่การจับมือ นี่คือบทละครชั้นยอดของโลกกีฬาอย่างแท้จริง!

2011: ดราม่ากลางสายฝน และวาทะเด็ด “ความทะเยอทะยานสูงกว่าพรสวรรค์”

เรซที่เต็มไปด้วยฝน มักจะมาพร้อมกับความโกลาหลเสมอ ในยุคที่ เคซีย์ สโตนเนอร์ กำลังร้อนแรงกับ Honda ส่วน รอสซี่ กำลังดิ้นรนอย่างหนักกับ Ducati แต่ในสภาพแทร็กเปียก รอสซี่กลับขี่ได้อย่างดุดัน

ในรอบที่ 8 รอสซี่พยายามเสียบแซงสโตนเนอร์ที่โค้ง 1 แต่รถเกิดสลิปและกวาดเอาสโตนเนอร์ล้มลงไปด้วย รอสซี่ยกรถกลับมาแข่งต่อได้ แต่สโตนเนอร์ต้องออกจากการแข่งขันพร้อมกับยืนปรบมือประชดคู่แข่งอยู่ข้างแทร็ก และเมื่อจบเรซ สโตนเนอร์ได้ฝากประโยคระดับตำนานใส่รอสซี่ว่า “บางทีความทะเยอทะยานของคุณ มันอาจจะสูงกว่าพรสวรรค์ที่คุณมีนะ”

2013: “มาร์เกซ vs ลอเรนโซ่” รอยร้าวใหม่ที่โค้ง 13

ปี 2013 คือปีที่รุกกี้ปีศาจอย่าง มาร์ค มาร์เกซ เริ่มสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการ หลังจากคว้าชัยที่อเมริกา เขามาสานต่อความร้อนแรงที่เฆเรซ

แม้ผู้ชนะเรซนี้จะเป็น ดานี่ เปโดรซ่า แต่ไฮไลต์กลับอยู่ที่การแย่งชิงอันดับ 2 ในรอบสุดท้าย ภาพจำปี 2005 ฉายซ้ำอีกครั้งที่โค้ง 13 เมื่อ ฆอร์เก ลอเรนโซ่ เปิดช่องว่าง มาร์เกซก็พุ่งเสียบเข้าปะทะจนลอเรนโซ่บานออกไป มาร์เกซคว้าอันดับ 2 ไปครอง ขณะที่ลอเรนโซ่แสดงความโกรธจัดด้วยการชี้นิ้วต่อว่าใน Parc Ferme

2021: น้ำตาของมิลเลอร์ และ 1-2 ประวัติศาสตร์ Ducati

การมาเยือนเฆเรซในปี 2021 คือวันที่ แจ็ค มิลเลอร์ จะจดจำไปตลอดชีวิต เขาออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม แต่โดน ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ แซงกลับในช่วงท้าย ทว่าจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วง 10 รอบสุดท้าย เมื่อกวาร์ตาราโร่มีปัญหาทางร่างกายจนอันดับร่วงทะรูด มิลเลอร์ทวงจ่าฝูงคืนและบิดม้วนเดียวจบเข้าป้ายเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วย เปคโก้ บัญญาญ่า สร้างประวัติศาสตร์ให้ Ducati จบอันดับ 1-2 ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018

2022: “บัญญาญ่า” ประกาศศักดาทวงแค้น

หลังจากได้เพียงรองแชมป์ปีก่อนหน้า เปคโก้ บัญญาญ่า กลับมาเยือนเฆเรซในปี 2022 ด้วยความกระหาย เขาออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลและโดนกดดันอย่างหนักจาก ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ตลอดทั้งเรซ

การแข่งขันเต็มไปด้วยความดุเดือดและมีนักแข่งล้มระเนระเนด แต่บัญญาญ่ายังคงนิ่งและรักษาช่องว่างไม่ให้เกิน 1 วินาทีได้ตลอดการแข่งขัน ก่อนจะคว้าชัยชนะไปครองแบบเฉียบขาด เฉือนกวาร์ตาราโร่ไปเพียง 0.285 วินาที ท่ามกลางการต่อสู้แย่งอันดับ 3 สุดมันส์ด้านหลังระหว่าง อเล็กซิส เอสปาร์กาโร่, มาร์ค มาร์เกซ และ แจ็ค มิลเลอร์

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ “เฆเรซ” ยังคงทำหน้าที่เป็นเวทีที่สร้างตำนานบทใหม่เสมอ… ถึงเวลาแล้วที่เสียงพูดคุยจะเงียบลง และปล่อยให้เสียงเครื่องยนต์ทำหน้าที่แทน คุณพร้อมหรือยังครับสำหรับสุดสัปดาห์นี้!