7msport

แผนสูง! “อัลเดเกร” เชื่อแรงกดดันของ “อเล็กซ์ มาร์เกซ” บนรถโรงงาน จะปูทางพาเขาขึ้นทีมใหญ่ปี 2027

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส! “อัลเดเกร” หวังใช้แรงกดดันของ “อเล็กซ์ มาร์เกซ” เป็นใบเบิกทางสู่ทีมโรงงาน Ducati ปี 2027

ในโลกของ MotoGP การมีรถแข่งที่ดีที่สุดอยู่ในมือ คือความฝันของนักบิดทุกคน แต่สำหรับ เฟอร์มิน อัลเดเกร (Fermin Aldeguer) ดาวรุ่งชาวสแปนิช การพลาดรถสเปกโรงงานในปี 2026 อาจเป็นหมากเกมยาวที่เขาคำนวณไว้แล้ว เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าในปี 2027

หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลรุกกี้ ทั้งการคว้าชัยชนะแรกที่อินโดนีเซีย คว้าตำแหน่ง Rookie of the Year และจบอันดับ 8 ของโลก อัลเดเกรคาดหวังว่าจะได้รับรถสเปกโรงงาน (GP26) ในฤดูกาลหน้า

ทว่า Ducati ตัดสินใจมอบโควตานั้นให้กับ อเล็กซ์ มาร์เกซ เพื่อนร่วมทีม Gresini ที่ทำผลงานได้ร้อนแรงกว่าด้วยตำแหน่งรองแชมป์โลกและชัยชนะ 3 สนาม ทำให้อัลเดเกรต้องจำใจใช้รถสเปกปีเก่า (GP25) ต่อไป

แต่อัลเดเกร กลับมองสถานการณ์นี้ในมุมที่ต่างออกไป

“แทนที่จะส่งผลเสีย มันอาจจะให้ประโยชน์กับผมด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้จะมีแรงกดดันมหาศาลจากการต้องขี่รถโรงงาน (ไปตกอยู่ที่อเล็กซ์)” อัลเดเกรกล่าว

เขาอธิบายต่อว่า รถโรงงานแม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มาพร้อมความคาดหวังที่สูงลิ่ว และต้องใช้เวลาปรับตัว “ผมหวังว่าเขาจะทำผลงานได้ดี เพราะสุดท้ายเราคือเพื่อนร่วมทีมกัน แต่ถ้าเขาทำไม่ได้… นั่นอาจเปิดทางให้ผม”

อัลเดเกร ไม่ปิดบังความต้องการที่จะก้าวขึ้นสู่ทีมโรงงานชุดใหญ่ (Ducati Lenovo Team) ในปี 2027 ซึ่งสัญญาของนักบิดหลายคนจะหมดลง “ผมมีโอกาสนั้นอยู่ในมือเพราะสัญญาที่มีกับ Ducati แต่มันไม่ใช่ทางลัด ผมต้องแลกมันมาด้วยผลงานเพื่อพิสูจน์ว่าผมพร้อมสำหรับทีมชุดใหญ่”

กลยุทธ์ของเขาคือ การใช้อเล็กซ์ มาร์เกซ เป็นตัวเปรียบเทียบ หากอเล็กซ์กดดันจนพลาดในปี 2026 และอัลเดเกรทำผลงานได้ดีบนรถปีเก่า เขาจะกลายเป็นตัวเลือกแรกทันที

อย่างไรก็ตาม อัลเดเกรรู้ดีว่าคู่แข่งแย่งเก้าอี้สีแดงไม่ได้มีแค่คนในค่าย ชื่อของบิ๊กเนมต่างค่ายอย่าง เปโดร อคอสต้า และ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ก็อยู่ในเรดาร์ของ Ducati เช่นกัน

“ยังมีชื่ออื่นอีกเยอะ… ใครบ้างล่ะจะไม่อยากให้โอกาสคนอย่างกวาร์ตาราโร หรือ อคอสต้า? พวกเขาเร็วมากแต่รถปัจจุบันอาจไม่เอื้ออำนวย แต่ตอนนี้… พวกเรา (นักแข่ง Ducati) คือคนที่อยู่ใกล้เป้าหมายที่สุด” อัลเดเกรวิเคราะห์สถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา

สุดท้ายนี้ อัลเดเกรตระหนักดีถึงความเสี่ยงของสัญญาแบบ 2+2 ปี หากเขาโชว์ฟอร์มไม่ออกในปี 2026 Ducati ก็พร้อมจะฉีกสัญญาและแยกทางกับเขาได้ทันที ปีหน้าจึงไม่ใช่แค่การแข่งเพื่อชัยชนะ แต่คือการแข่งเพื่ออนาคตในอาชีพนักบิดของเขาเอง