7msport

“มาร์ค” เป๊ะทุกองศา “อเล็กซ์” คิดบวกเสมอ! “เฟอร์รารี่” เผยเบื้องหลังทัศนคติสองพี่น้องมาร์เกซ หลังโบกมือลา Gresini

“มาร์ค” เป๊ะทุกองศา “อเล็กซ์” คิดบวกเสมอ! “เฟอร์รารี่” เผยเคล็ดลับความสำเร็จสองพี่น้องมาร์เกซ

ในโลกของมอเตอร์สปอร์ต การได้แชร์พิตร่วมกับยอดนักบิดระดับแชมป์โลกถือเป็นห้องเรียนที่ดีที่สุด มัตเตโอ เฟอร์รารี่ (Matteo Ferrari) แชมป์โลกคนแรกของศึกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า MotoE คือหนึ่งในคนที่ได้รับสิทธิพิเศษนั้น ระหว่างที่เขาอยู่ภายใต้ชายคาของทีม Gresini Racing ก่อนที่โชคชะตาจะพลิกผันให้เขาต้องย้ายไปลุยศึก WorldSSP กับทีม WRP และรถแข่ง Ducati ในฤดูกาลนี้

ล่าสุด เฟอร์รารี่ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่ออิตาลีอย่าง GPOne เปิดใจถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งความเจ็บปวดจากการที่ศึก MotoE ถูกยุบ และความประทับใจที่มีต่อเพื่อนร่วมค่ายอย่างสองพี่น้องมาร์เกซ

สิ่งที่ทำให้แฟนๆ สนใจมากที่สุด คือมุมมองที่เฟอร์รารี่มีต่อ อเล็กซ์ และ มาร์ค มาร์เกซ ที่เขาได้มีโอกาสสัมผัสอย่างใกล้ชิดในทีม Gresini

“จากอเล็กซ์… ผมได้เรียนรู้ว่า แม้จะอยู่ภายใต้ความกดดันมหาศาล แต่ถ้าคุณทำงานหนักและมีทัศนคติที่เป็นบวก ผลลัพธ์ที่ดีก็จะตามมาเอง เขาเป็นคนที่มีทัศนคติที่สร้างสรรค์อยู่เสมอ แม้ในยามที่ต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก”

แต่เมื่อพูดถึงพี่ชายอย่าง มาร์ค มาร์เกซ เฟอร์รารี่บรรยายถึงความ “หมกมุ่น” ในชัยชนะที่เป็นเอกลักษณ์ของแชมป์โลก 9 สมัยไว้อย่างน่าทึ่ง

“ในทางกลับกัน… มาร์ค ไม่เคยปล่อยให้อะไรเกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งๆ ที่ตัวเองคว้าแชมป์โลกมาแล้วถึง 9 สมัย เขาทุ่มเท 110% ในทุกเรื่อง และทำงานหนักราวกับว่าเขายังคงต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา การทำงานหนักระดับนี้ เมื่อรวมเข้ากับพรสวรรค์ที่เขามี นั่นแหละคือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง”

นอกจากเรื่องของมาร์เกซ เฟอร์รารี่ยังเปิดใจถึงความรู้สึก “ช็อก” จากการประกาศยุบศึก MotoE อย่างกะทันหันของ Dorna

“การได้รู้ว่า MotoE จะต้องปิดตัวลง มันไม่ใช่เรื่องที่สวยงามเลย มันเป็นเรื่องที่ช็อกความรู้สึกมาก จริงอยู่ที่มันมีข่าวลือ แต่ผมคิดว่ามันน่าจะจบลงปี 2027 ไม่ใช่ 2026 สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือการที่พวกเขาเพิ่งมาบอกตอนเดือนกันยายน ซึ่งมันสายเกินไปสำหรับนักแข่งที่ต้องการหาที่นั่งใน MotoGP หรือ Moto2 มันไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้เราได้ขยับตัวเลย”

เฟอร์รารี่ ชี้ว่า MotoE ไม่ได้ขาดความสนุกหรือสมรรถนะของรถ แต่มันขาดการมองเห็น (Visibility) และแรงผลักดันจากฝ่ายจัด เพราะในสนามแข่งนั้น การต่อสู้ดุเดือดถึงขั้นที่รถ 5 คันไล่บี้กันอยู่ในวินาทีเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากแม้แต่ใน MotoGP ด้วยซ้ำ

สำหรับอนาคตในศึก SuperSport เฟอร์รารี่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างถ่อมตัว โดยมุ่งเน้นไปที่การติด “ท็อป 5” ให้ได้สม่ำเสมอก่อน เนื่องจากมีสนามใหม่ๆ ที่เขาไม่เคยแข่งมาก่อนอีกหลายสนาม แต่สิ่งที่เขายืนยันคือความผูกพันกับต้นสังกัดเดิม

“การบอกลา Gresini คือสิ่งที่ยากที่สุด พวกเขาคือครอบครัว แม้ในยามยากลำบากพวกเขาก็ยังเชื่อมั่นในตัวนักแข่งเสมอ เราจากกันด้วยดี และนี่ไม่ใช่คำบอกลา แต่เป็นคำว่า ‘แล้วพบกันใหม่'” เฟอร์รารี่ ทิ้งท้าย